บอลโลก รอบ 8 ทีม "อุรุกวัย-ฝรั่งเศส" "บราซิล-เบลเยียม"

บอลโลก รอบ 8 ทีม "อุรุกวัย-ฝรั่งเศส" "บราซิล-เบลเยียม"

บอลโลก รอบ 8 ทีม "อุรุกวัย-ฝรั่งเศส" "บราซิล-เบลเยียม"

โค้ชของอุรุกวัย ยอมรับว่าเอดินสัน คาวานี่ รู้สึกเสียใจกับอาการบาดเจ็บของตัวเองจนอาจพลาดนัดสำคัญในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่จะพบกับ ฝรั่งเศส ในคืนนี้ ส่วนบราซิลจะพบกับเบลเยียม ในคู่ที่ 2

รูปข่าว : บอลโลก รอบ 8 ทีม "อุรุกวัย-ฝรั่งเศส" "บราซิล-เบลเยียม"

วันนี้ (6 ก.ค.2561) ความเคลื่อนไหวการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่แรก เวลา 21.00 น. อุรุกวัย พบกับ ฝรั่งเศส เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าตัวหลักของอุรุกวัยที่ยิงคนเดียว 2 ประตูให้ทีมชนะโปรตุเกส 2-1 ในรอบที่แล้ว ยังต้องแยกซ้อมเดี่ยวในการซ้อมครั้งสุดท้าย เมื่อวานนี้ ทำให้คาดว่า คาวานี่ จะไม่ได้ลงสนามให้กับทีมในวันนี้

 

 

ออสก้าร์ ตาบาเรซ โค้ชของอุรุกวัย ยอมรับว่า คาวานี่ คือผู้เล่นคนสำคัญของทีม และนักเตะรู้สึกเสียใจที่อาจพลาดลงเล่นเกมสำคัญฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นความฝันของคาวานี่ หาก คาวานี่ ลงเล่นไม่ได้จะเป็นหน้าที่ของ คริสเตียน สตูอานี่ อดีตกองหน้าของมิดเดิ้ลสโบร์ช ลงเล่นคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ แทน

ส่วนฝรั่งเศส จะมีปัญหาในแดนกลาง เมื่อ แบล็ส มาตุยดี้ ติดโทษแบน และดิดิเยร์ เดส์ชอง อาจให้ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ลงเล่นแทน ซึ่ง โตลิสโซ่ เคยเป็นตัวจริงมาแล้วในเกมพบกับ ออสเตรเลีย ในรอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่แฟนบอลฝรั่งเศสรวมตัวกันไปให้กำลังใจนักเตะถึงโรงแรมที่พักในเมือง นิชนี่ย์ นอฟโกรอด คาดว่าเกมนี้ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ จะทำเกมรุกร่วมกับ อองตวน กรีซมันน์ และโอลิวิเยร์ ชิรูด์

 

 

สำหรับฝรั่งเศส พบ อุรุกวัย ในฟุตบอลโลกทั้งหมด 3 ครั้ง แต่การพบกัน 2 ครั้งหลังสุด ผลจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ทั้ง 2 นัด ในรอบแบ่งกลุ่มปี 2002 และ 2010 ส่วนอีก 1 นัด อุรุกวัย ชนะ ฝรั่งเศส 2-1 เมื่อปี 1966 แต่นี่เป็นการพบกันในรอบน็อกเอ้าท์ฟุตบอลโลกของทั้ง 2 ทีม โดยฝรั่งเศสเข้ารอบรองชนะเลิศครั้งสุดท้าย เมื่อปี 2006 ส่วน อุรุกวัย ลุ้นเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 จากฟุตบอลโลก 3 สมัยหลังสุด

ส่วนอีกคู่จะแข่งขันในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 ตามเวลาประเทศไทย บราซิล พบกับ เบลเยียม ที่เมืองคาซาน โดยบราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ฝึกซ้อมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนพบกับ เบลเยียม ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดย ติเต้ โค้ชทีมชาติบราซิล ออกมาปกป้องและให้การสนับสนุน เนย์มาร์ แม้จะถูกโจมตีอย่างหนักกับการแสดงท่าทางบาดเจ็บเกินจริง ซึ่ง ติเต้ บอกว่าเขามีความสุขกับฟอร์มของเนย์มาร์ที่กำลังเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม

ขณะเดียวกัน ติเต้ ยืนยันว่า มาร์เซโล่ แบ็กซ้ายตัวหลักของทีมจะกลับมามีชื่อเป็นตัวจริงแทน ฟิลิเป้ หลุยส์ หลังหายเจ็บหลังจากนัดที่ชนะ เม็กซิโก 2-0 และคาดว่า เฟอร์นานดินโญ่ จะลงสนามเป็นตัวจริงแทนที่ของ คาเซมิโร่ ที่ติดโทษแบน

 

 

ด้านแฟนบอลบราซิลกว่า 200 คน ใส่ชุดแข่งไปให้กำลังใจนักเตะบราซิลก่อนการฝึกซ้อม โดยพวกเขาจัดงานคานิวัลขนาดย่อมๆ ขึ้น เป็นการสร้างสีสันก่อนวันแข่งจริง และแฟนบอลหลายคนเชื่อว่าทีมรักของพวกเขาจะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

ขณะที่เบลเยียมฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายที่เมืองอิสตร้า ก่อนจะเดินทางยังเมืองคาซาน เมื่อวานนี้ โดยลูกทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ เพราะไม่แพ้ใคร 22 นัด ตั้งแต่ฟุตบอลยูโรปี 2016 ที่แพ้ให้กับ เวลส์ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

 

สภาพทีมของเบลเยียม ไม่มีนักเตะบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน แต่ต้องลุ้นความฟิตของ อัดนาน ยานูไซ โดย มาร์ติเนซ ยอมรับว่าการเจอกับบราซิล ทุกคนต้องเล่นแบบมีพลัง และเล่นเกมรับให้ดี คู่นี้พบกันทั้งหมด 5 ครั้ง เบลเยี่ยมชนะบราซิลแค่ครั้งเดียว คือการพบกันครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องที่บรัสเซลส์ในปี 1963 เบลเยียมชนะบราซิล 3-1

ขณะที่ บราซิล ชนะ 3 ครั้ง รวมถึงการพบกันในฟุตบอลโลกปี 2002 ที่เอาชนะไป 2-0 จากการทำประตูของ ริวัลโด้ และโรนัลโด้ ขณะเดียวกัน เบลเยียม ยังมีสถิติที่ย่ำแย่ในการเจอทีมจากอเมริกาใต้ในฟุตบอลโลก เพราะไม่เคยชนะทีมจากอเมริกาใต้ได้เลย และยังยิงประตูไม่ได้อีกด้วยโดยล่าสุด แพ้ อาร์เจนตินา 0-1 ในฟุตบอลโลกปี 2014

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน