ไฟไหม้ รพ.พะเยา-ย้ายผู้ป่วย 40 คนส่งฟอกไตศูนย์เครือข่าย

ไฟไหม้ รพ.พะเยา-ย้ายผู้ป่วย 40 คนส่งฟอกไตศูนย์เครือข่าย

ไฟไหม้ รพ.พะเยา-ย้ายผู้ป่วย 40 คนส่งฟอกไตศูนย์เครือข่าย

รูปข่าว : ไฟไหม้ รพ.พะเยา-ย้ายผู้ป่วย 40 คนส่งฟอกไตศูนย์เครือข่าย

โรงพยาบาลพะเยา ประเมินความเสียหายเหตุไฟไหม้ตึกอุบัติเหตุ 1 ล้านบาท พบส่วนใหญ่เป็นเอกสารความรู้สุขภาพ ไม่เกี่ยวกับงานเวชระเบียน พร้อมส่งต่อผู้ป่วย 40 คนไปฟอกไตในโรงพยาบาลเครือข่าย คาดอีก 1-2 วันเปิดบริการได้ตามปกติ พร้อมเร่งหาสาเหตุ

วันนี้ (18 ก.ค.) นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงพยายาลพะเยา เมื่อช่วงดึกของวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า กองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเข้าไปพิสูจน์หลักฐานของการเกิดเพลิงไหม้ บริเวณชั้น 4 ของอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เบื้องต้นคาดว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยพบว่าไม่มากนัก เนื่องจากบริเวณที่เพลิงไหม้เป็นพื้นที่จัดเก็บของโรงพยาบาล แต่ไม่ใช่ส่วนงานของเวชระเบียน ส่วนใหญ่เป็นเอกสารด้านความรู้ทางสุขภาพ ซึ่งขณะนี้ได้ปิดการใช้งานอาคารดังกล่าวทั้งหมด โดยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังส่วนอื่นแทน ยืนยันว่า รพ.ยังเปิดให้บริการตามปกติ ไม่มีกระทบต่อการดูแลผู้ป่วย


นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัด สธ. กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นอาคารผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 4 ชั้น รพ.พะเยา ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคาร ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยจุดเกิดเพลิงไหม้ อยู่ที่ชั้น 4 ได้รับความเสียหาย 1 ห้อง เป็นห้องเก็บเอกสารงานคุณภาพโรงพยาบาล (HA) และงานวิจัย โดยมีความเสียหายที่ผนังทั้ง 4 ด้าน โครงหลังคาเหล็ก ฝ้าเพดาน กระเบื้องมุงหลังคาของห้องโถงและห้องข้างเคียง และของใช้สำนักงานอื่นๆ ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1 ล้านบาทเศษ

 

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัด สธ.

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัด สธ.

 

สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างรอผลสรุปของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานคาดว่าจะทราบผลเร็ว ๆ นี้ ส่วนชั้นอื่นๆ ได้แก่ ชั้น 3 เป็นสำนักงาน และระบบสำรองข้อมูลหลักของโรงพยาบาล ชั้น 2 เป็นศูนย์ฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม 22 ยูนิต และชั้นล่างเป็นห้องให้บริการอุบัติเหตุฉุกเฉินและห้องตรวจศัลยกรรมฉุกเฉิน ไม่ได้รับความเสียหาย


นพ.โอภาส กล่าวว่า รพ.พะเยา ได้ปรับแผนการจัดบริการเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยได้รับผลกระทบ โดยย้ายจุดบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินไปที่ชั้น 1 อาคารสูตินรีเวช ย้ายจุดตรวจศัลยกรรม คลินิกพิเศษเฉพาะทางไปยังอาคารที่ยังว่างอยู่ รวมทั้งประสานดูแลผู้ป่วยที่มารับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมวันละประมาณ 40 คนไปยังโรงพยาบาลในเครือข่าย ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงคำ โรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช จังหวัดพะเยา และโรงพยาบาลพะเยาราม จัดระบบส่งต่อผู้ป่วยหนักไปยังโรงพยาบาลเชียงคำ และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

นอกจากนี้ โยธาธิการจังหวัดได้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารแล้วพบว่าไม่มีผลกระทบ อยู่ระหว่างการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ ระบบสำรองข้อมูลหลักของโรงพยาบาลจะสามารถเปิดใช้งานในช่วงบ่ายวันนี้ และคาดว่าจะเปิดให้บริการตามปกติได้ภายใน 1-2 วันนี้


นพ.โอภาส กล่าวว่า ส่วนโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี  ไม่ได้เกิดเพลิงไหม้ตัวอาคารแต่อย่างใด แต่มีเพลิงไหม้สายไฟฟ้าแรงสูง บริเวณหม้อแปลงไฟฟ้า บริเวณใกล้อาคารตึก 7 ชั้น 3 ส่งผลต่อการส่งกระแสไฟฟ้าไปยังตึกผู้ป่วยนอกและห้องพิเศษ ทางโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จึงได้ย้ายจุดตรวจผู้ป่วยนอกที่รอการตรวจรักษา จากชั้น 2 ลงมาที่ชั้นล่าง ขนย้ายผู้ป่วยที่ใช้รถนอนและรถนั่ง ระหว่างรอการไฟฟ้ามาซ่อมแซมสายไฟฟ้าที่ขาด และกลับมาเปิดบริการได้ตามปกติตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้แล้ว

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

"ณรงค์ศักดิ์" ตรวจไฟไหม้ตึกอุบัติเหตุ รพ.พะเยา

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน