สธ.สรุปตายเพิ่มอีก 2 คน "พิษสุนัขบ้า"รวมครึ่งปี 14 คน

สธ.สรุปตายเพิ่มอีก 2 คน "พิษสุนัขบ้า"รวมครึ่งปี 14 คน

สธ.สรุปตายเพิ่มอีก 2 คน "พิษสุนัขบ้า"รวมครึ่งปี 14 คน

รูปข่าว : สธ.สรุปตายเพิ่มอีก 2 คน "พิษสุนัขบ้า"รวมครึ่งปี 14 คน

กรมควบคุมโรค สรุปรายงานผู้เสียชีวิตจากพิษสุนัขบ้าเพิ่มอีก 2 คนจากพื้นที่จ.บุรีรัมย์ และระยอง ทำให้เพียงแค่ 7 เดือนมีผู้เสียชีวิต 14 คน ยังคงเตือนคนที่เคยถูกสุนัข แมว กัดข่วนอย่าชะล่าใจ ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน เตือนความเชื่อผิดๆในรักษาส่งผลผู้เสียชีวิตเพิ่ม

วันนี้ (23 ก.ค.2561) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปี 2561 ยังผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมควบคุมโรคได้รับรายงานว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มอีก 2 คน โดยคนแรกเป็นชาย อายุ 19 ปี ในจ.บุรีรัมย์ ก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขกัดบริเวณหน้าอก และหัวไหล่ด้านซ้าย เมื่อเดือนเม.ย.นี้ หลังถูกกัดไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

ส่วนคนที่ 2 เป็นหญิง อายุ 55 ปี ในจ.ระยอง โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขจรจัดไม่มีประวัติฉีดวัคซีน กัดบริเวณแขนขวา ตั้งแต่เดือนม.ค.นี้ ผู้เสียชีวิตไม่ได้ล้างแผล ไม่ได้ไปพบแพทย์ และไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตยังมีความเชื่อเรื่องการรักษาแบบพื้นบ้าน จึงไปหาหมอชาวบ้านเพื่อเป่าแผลที่ถูกกัดเท่านั้น

ขณะนี้เมื่อรวมกับ 2 คนล่าสุด ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในปีนี้ รวมเป็น 14 คน แบ่งเป็นจ.บุรีรัมย์ ระยอง จังหวัดละ 2 คน สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย ยโสธร กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร จังหวัดละ 1 คน

ทั้งนี้จากรายงานการสอบสวนโรคของผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในปี 2561 พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความตระหนักถึงความรุนแรงของโรค เมื่อถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แล้วไม่ไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรค เนื่องจากคิดว่าแผลเล็กน้อย หรือโดนกัด ข่วนนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปฉีดวัคซีน จนกระทั่งแสดงอาการ แต่ก็สายเกินแก้ไข เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด


สิ่งที่น่าเป็นห่วงในเรื่องนี้ คือประชาชนยังมีความรู้และความเชื่อเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าที่ผิดๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ โรคพิษสุนัขบ้าไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เมื่อถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัดหรือข่วน แล้วใช้สมุนไพรพอกหรือใช้รองเท้าตบแผล ให้หมอชาวบ้านเป่าแผล หรือแม้แต่เข้าพิธีกรรมแล้วจะไม่ทำให้เสียชีวิต เป็นต้น ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ส่งผลให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มขึ้น

กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำว่าหากถูกสุนัข แมวกัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 นาที และใส่ยาเบตาดีน เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยการรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากฉีดวัคซีนแล้วควรไปตามนัดทุกครั้ง

นอกจากนี้ หากท่านเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วนนานแล้ว แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม แล้วไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ขอให้ท่านไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย เนื่องจากระยะฟักตัวของโรค ตั้งแต่ได้รับเชื้อจนมีอาการป่วยอาจสั้นมากตั้งแต่ 1 สัปดาห์ หรืออาจนานถึง 1 ปีได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

อ่านข่าวเพิ่มเติม

พื้นที่สีแดง "พิษสุนัขบ้า"

3 เดือน สังเวย 6 ชีวิต พิษสุนัขบ้า

เตือน "หมา-แมว" กัด ข่วน อย่าชะล่าใจเสี่ยง "พิษสุนัขบ้า" ถึงตาย

 
 
 
 
กลับขึ้นด้านบน