ตร.เชื่อเผารถ-ปาระเบิด กฟภ. "ยะลา-ปัตตานี" สร้างสถานการณ์

ตร.เชื่อเผารถ-ปาระเบิด กฟภ. "ยะลา-ปัตตานี" สร้างสถานการณ์

ตร.เชื่อเผารถ-ปาระเบิด กฟภ. "ยะลา-ปัตตานี" สร้างสถานการณ์

รูปข่าว : ตร.เชื่อเผารถ-ปาระเบิด กฟภ. "ยะลา-ปัตตานี" สร้างสถานการณ์

รองโฆษก ตร.เชื่อเหตุการณ์วางเพลิงเผารถยนต์และขว้างระเบิดขวดใส่สำนักงาน กฟภ. 2 แห่งใน จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี เป็นสร้างสถานการณ์ พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งลงพื้นที่หาเบาะแสและตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาเส้นทางหลบหนี

วันนี้ (30 ส.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ 2 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเหตุการณ์แรก เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. ผู้ก่อเหตุความไม่สงบประมาณ 10 คน แต่งกายสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธปืน เข้ามาลอบวางเพลิงเผารถยนต์ในสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อ.กาบัง จ.ยะลา จนได้รับความเสียหาย 2 คัน และวัสดุอุปกรณ์ภายในสำนักงานได้รับความเสียหาย พร้อมจับเจ้าหน้าที่ 6 นาย มัดไว้ด้านหลังห่างจากที่ทำการ กฟภ.ประมาณ 50 เมตร ต่อมาในเวลา 02.00 น. มีผู้ก่อเหตุความไม่สงบขับขี่รถจักรยานยนต์มาขว้างระเบิดขวดและใช้อาวุธปืนยิงใส่สำนักงาน กฟภ. อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ทำให้ประตูบานเลื่อนทำด้วยกระจกได้รับความเสียหาย 1 บาน และหน้าต่างชั้น 2 อีก 5 บาน และหลังก่อเหตุแล้ว ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป

 

 

 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ โดยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาเบาะแส หรือข้อมูลของคนที่ก่อเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ใช้หลบหนีแล้ว

 

 

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งสถิติการเกิดสถานการณ์ในพื้นที่เปรียบเทียบปีที่ผ่านมา ถือว่ามีสถิติลดลง ซึ่งบางครั้งอาจเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บ้าง โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร ปกครอง จะได้เพิ่มมาตรการในการป้องกันและการปราบปราม พร้อมกับสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับทราบแล้ว ซึ่งได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้โดยเร็ว รวมทั้งให้เร่งสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ โดยเฉพาะผู้มีคดีข้างเก่า เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุนในพื้นที่ อีกทั้งยังได้กำชับให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรมในการเพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้

 

 

 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน โดยขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

 

 

กลับขึ้นด้านบน