จี้รัฐบาลยุติ 3 สารเคมี-เปิดชื่อเอกชนเอี่ยวผลประโยชน์

จี้รัฐบาลยุติ 3 สารเคมี-เปิดชื่อเอกชนเอี่ยวผลประโยชน์

จี้รัฐบาลยุติ 3 สารเคมี-เปิดชื่อเอกชนเอี่ยวผลประโยชน์

รูปข่าว : จี้รัฐบาลยุติ 3 สารเคมี-เปิดชื่อเอกชนเอี่ยวผลประโยชน์

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ทำจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ขอให้หยุดใช้สารเคมีเพื่อการเกษตรที่เป็นอันตรายร้ายแรงในทันที พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อเอกชนและสอบสวนเชิงลึกว่ามีการเอื้อประโยชน์กันหรือไม่

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2561 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีการใช้สารพิษในการเกษตรที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อประชาชน โดยข้อความในจดหมายเปิดผนึกมีรายละเอียดดังนี้

เนื่องจากมีความวิตกกังวลในหมู่ประชาชนอย่างมากในขณะนี้ว่า รัฐจะปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชนอย่างไร เมื่อพบว่าทุกวันนี้อาหารและพืชผลการเกษตรมีสารพิษตกค้างจำนวนมาก อันเป็นผลจากการใช้พาราควอตและสารพิษเพื่อการเกษตรอื่น แต่ก็ยังปล่อยให้มีการจำหน่ายและใช้ทั่วไปในปริมาณมหาศาล แม้นักวิชาการด้านการแพทย์ นักวิจัย กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรฯ จะออกมาให้ข้อมูลคัดค้านอย่างต่อเนื่อง

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอสนับสนุนท่าทีของนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นักวิจัยอาวุโส รวมทั้งองค์กรภาคประชาสังคมและนักวิจัยอีกจำนวนมาก ที่ต้องการเห็นคนไทยมีสุขภาพดี แผ่นดินไทยปราศจากสารพิษ ด้วยการหยุดใช้สารเคมีเพื่อการเกษตรที่เป็นอันตรายร้ายแรงทั้งหมดในทันที โดยองค์กรฯ ขอเสนอแนวทางต่อรัฐบาล 3 ข้อ ดังนี้

1. ในการพิจารณาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ขอให้ยึดเอาสุขภาพที่ดีของประชาชน สำคัญกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้า และให้นำผลการศึกษาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศคณะต่างๆ ทั้งด้านสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะทำงานสารที่มีความเสี่ยงสูงของกระทรวงสาธารณสุข มาใช้ประกอบการตัดสินใจ

2. ควรเปิดเผยรายชื่อเอกชนที่มีผลประโยชน์ทางการค้าไม่ว่าจะเป็นไทยหรือต่างชาติ เพื่อความโปร่งใส และสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐ เช่น ดีเอสไอ ได้สอบสวนเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของบุคคลในคณะกรรมการวัตถุอันตราย อนุกรรมการ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ต่อทะเบียนกับนักธุรกิจสารพิษเพื่อการเกษตร ว่ามีพฤติกรรมที่ฉ้อฉล หรือมีการเอื้อประโยชน์กันหรือไม่

3. ควรแก้ไขพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายฯ โดยเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ให้มีตัวแทนภาคประชาชนและหน่วยงานที่ดูแลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งควรให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาตัดสินใจ

ตอนท้ายของจดหมายเปิดผนึก ยังระบุอีกว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชน รัฐบาลควรให้ยุติการใช้งานสารพิษร้ายแรงเหล่านี้ จนกว่าผู้จำหน่ายจะสามารถหาข้อพิสูจน์ให้เห็นชัดว่าไม่เป็นพิษกับประชาชน

 

กลับขึ้นด้านบน