เงิน-ของรางวัล แรงจูงใจใหม่ในการ "ออกกำลังกาย" ยุค 4.0

เงิน-ของรางวัล แรงจูงใจใหม่ในการ "ออกกำลังกาย" ยุค 4.0

เงิน-ของรางวัล แรงจูงใจใหม่ในการ "ออกกำลังกาย" ยุค 4.0

ไทย - ต่างชาติ ผุดไอเดียส่งเสริม "สุขภาพ" ด้วยการออกกำลังกายสะสมเป็นเงินเพื่อนำไปแลกสิ่งของ สร้างแรงจูงใจให้คนหันมาออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพเพิ่มมากขึ้น

รูปข่าว : เงิน-ของรางวัล แรงจูงใจใหม่ในการ "ออกกำลังกาย" ยุค 4.0

วันนี้ (16 ก.ย.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพแคมเปญ “การออกกำลังกายของคุณ...มีค่า” ออกกำลังกาย 20 ครั้ง มีค่า 20 บาท โดยสามารถใช้เป็นส่วนลดได้เมื่อสั่งเมนูเครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพของร้านคาเฟ่ อเมซอน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถออกกำลังกายด้วยการกระโดดตบ สควอต หรือตีเข่าให้ครบ 20 ครั้ง จะได้ลดราคาค่าเครื่องดื่ม 20 บาท ซึ่งมีบางสาขาที่เข้าร่วมเท่านั้น บ่งบอกให้ทราบถึงความใส่ใจในสุขภาพของผู้ประกอบการไทยที่มีการให้ความสำคัญมากขึ้น


สำหรับการออกกำลังกายเพื่อแลกเงินหรือของรางวัลในต่างประเทศนั้นเริ่มมีมานานแล้วประเทศรัสเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการจ่ายค่าโดยสารรถไฟใต้ดินด้วยการออกกำลังกาย โดยเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟใต้ดินได้นำตู้ตรวจจับการลุก-นั่งแลกบัตรโดยสารมาติดตั้งไว้ ในสถานีรถไฟใต้ดินทั่วกรุงมอสโก เพื่อโปรโมตมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ที่จัดขึ้นที่เมืองโซชิของรัสเซีย ในเดือน ก.พ.ปี 2557 และผู้โดยสารสามารถใช้งาน ด้วยการลุก-นั่งสลับกันไปมาให้ครบ 30 รอบ โดยยืนในจุดที่กำหนดไว้หน้าตู้ แล้วเริ่มลุก-นั่ง ตู้กดบัตรโดยสารจะนับรอบการลุกนั่งไปเรื่อย ๆ จนจบภารกิจ บัตรโดยสารก็จะหล่นลงมาซึ่งตู้ดังกล่าว

 


ขณะที่ประเทศอังกฤษและอเมริกาก็มีการนำของรางวัลมาเป็นหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายเช่นกัน โดย Sweatcoin หนึ่งในแอปพลิเคชันเปิดตัวในปี 2558 และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนติดชาร์ตดาวน์โหลดในอังกฤษและอเมริกาทั้งในระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ในปีที่แล้ว ซึ่งแอปพลิเคชันนี้มีการทำงานโดยเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพพร้อมกับตำแหน่งที่ตั้ง GPS ที่จะนับจำนวนก้าวที่เดินหรือวิ่งในวันนั้นและคำนวณออกมาเป็นเงินดิจิทัล โดยทุกๆ 1,000 ก้าว จะถูกแปลงเป็น 0.95 sweatcoins (SWC) หลังจากนั้นเราก็เอาเงินดิจิทัลนี้ไปแลกเป็นโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์กีฬา บัตรของกำนัล และของรางวัลอื่นๆ ตามที่ทางบริษัทกำหนด ซึ่งก็มีเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมเรื่อยๆ โดยมีข้อกำหนดว่า 1 วัน สามารถนับจำนวนก้าวได้เพียง 5,000 ก้าว เท่านั้น


ส่วนที่เอเชียอย่างประเทศเกาหลีใต้ก็มีแอปพลิเคชันที่คล้ายคลึงกันอย่างแอปพลิเคชัน Cashwalk ที่จะนับจำนวนก้าวของผู้ใช้งานโดย 100 ก้าว เท่ากับ 1 คะแนน ใน 1 วัน สามารถเก็บได้มากที่สุด 10,000 ก้าวเท่านั้น โดยผู้ใช้งานสามารถเก็บสะสมคะแนนได้เรื่อยๆ เพื่อนำไปแลกเป็นอาหาร เครื่องดื่ม รวมไปถึงเครื่องสำอางแบรนด์ยอดนิยมของเกาหลีใต้ ซึ่งสามารถแลกรางวัลได้เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์เท่านั้นและมีผู้ประกอบการบางส่วนเท่านั้นที่เข้าร่วมรายการ ซึ่งแอปพลิเคชันนี้กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีภาพ ชอง ยุนโฮ หัวหน้าวงดงบังชินกิ ศิลปินเกาหลีชื่อดังใช้แอปพลิเคชันนี้ขณะทีเดินอยู่ในสนามบินกิมโป ประเทศเกาหลีใต้ หลังเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา 


อย่างไรก็ตาม อนาคตผู้ประกอบการในประเทศไทยอาจมีการนำแคมเปญเหล่านี้เข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้นแต่ทั้งนี้เงินและของรางวัลเป็นเพียงหนึ่งในแรงจูงใจเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญ คือ สุขภาพของผู้ใช้งานที่จะได้รับจากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

 

 

กลับขึ้นด้านบน