Insight : เปิดโปงกลโกงคนพิการ ตอน 2

Insight : เปิดโปงกลโกงคนพิการ ตอน 2

Insight : เปิดโปงกลโกงคนพิการ ตอน 2

รูปข่าว : Insight : เปิดโปงกลโกงคนพิการ ตอน 2

“นายใหญ่” โกงเงินคนพิการ ซ้ำรอยคดีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง

อ่าน Insight : เปิดโปงกลโกงคนพิการ ตอน 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากเป็นไปตามแผนนัดหมายจะมีกลุ่มคนพิการ และผู้ดูแลคนพิการจาก จ.สมุทรสาคร เข้าให้ข้อมูลกับทีมข่าวไทยพีบีเอสมากถึง 10 คน แต่วันนี้มีผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกโกงหักหัวคิวค่าจ้างมาไม่ถึง 5 คน เพราะที่เหลือไม่สามารถติดต่อได้ แต่ผู้เสียหายกลุ่มนี้่กลับไม่กลัว เพราะต้องการจะออกมาย้ำให้สังคมรู้ว่า พวกเขาถูกโกงเนื่องจากไม่รู้กฎหมายและรู้ไม่เท่าทันสมาคมคนพิการ ทำให้ได้รับเงินค่าแรงที่จะได้จากฝึกอบรมทำขนมเบเกอรีน้อยกว่าความเป็นจริง ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว เริ่มต้นเมื่อ ก.ค. 60 โดยจะได้รับเงินวันละ 300 บาท หากดำเนินงานครบ 1 ปีเท่ากับได้เงินรวม 109,500 บาทต่อคน แต่กลับได้เงินเพียง 3,000 บาท ที่จ่ายให้ระหว่าง ก.ค. - ต.ค. 60

นางสาวจินตนา ดีที ผู้ดูแลคนพิการ บอกว่าเธอได้รับการเชิญชวนจากสมาคมคนพิการจังหวัดสมุทรสาครให้เข้าร่วมโครงการฝึกงานตามมาตรา 35 นายกสมาคมบอกว่าจะได้ค่าจ้างวันละ 300 บาท และได้เปอร์เซนต์เพิ่มเติมหากขายขนมได้จำนวนมาก

นางสาวจินตนา ดีที ผู้ดูแลคนพิการ

นางสาวจินตนา ดีที ผู้ดูแลคนพิการ

แต่เมื่อถึงวันอบรมเธอบอกว่า ฝึกทำขนมเพียง 2-3 วันก็ต้องหยุดพัก เพราะนายกสมาคมอ้างว่าไม่สามารถหาตลาดรองรับได้ หลังจากนั้นผ่านไปไม่นานก็เรียกกลุ่มคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมาฝึกทำขนมใหม่ เพราะมีบริษัทเอกชนหรือสถานประกอบการที่ให้เงินสนับสนุนมาตรวจดูโครงการ ซึ่งในวันที่สถานประกอบการมาดูโครงการ จะมีขนมที่อ้างว่าให้คนพิการทำมาจัดโชว์ 5 ชนิดไม่ต่างกับผักชีโรยหน้า จากนั้นก็ให้ผู้พิการหยุดทำขนมอ้างว่าไม่มีตลาดรองรับเหมือนกับครั้งแรก



ทีแรกเราคิดว่า 3 เดือน 6 เดือน หมายความว่ารุ่นแรกก็ทำแบบนั้นแต่หลังๆ มารู้ว่าโครงการนี้มันต่อยอดถึง 12 เดือน เราไม่รู้เลยในโครงการเสนอไป เขาน่าจะบอกเราจะรู้อะไรบ้าง เช่นค่าเช่าของ ค่าผู้เชี่ยวชาญ เราไม่รู้เลย จนมารู้จากเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการว่าเราถูกหลอก



ผู้ดูและคนพิการ จ.สมุทรสาคร ยังบอกอีกว่า พวกเขาเสียใจที่ถูกคนพิการโกงด้วยกันเองและไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังอีกบ้าง เพราะจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า คนพิการ จ.สมุทรสาคร ถูกหักหัวคิวค่าจ้างแรงงานตามมาตรา 35 ทั้งฝึกอาชีพและช่วยเหลืออื่นๆ ตั้งแต่ปี 2559-2560 คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 8 ล้านบาท

ปี 2559 ใช้มาตรา 34 เขียนโครงการฝึกอาชีพให้คนพิการ 31 คน มูลค่า 3.4 ล้านบาท แต่กลุ่มคนพิการอ้างว่า นายกสมาคมหักหัวหิวได้ร้อยละ 72 คนพิการได้รับจริงเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น

ปี 2560 ใช้มาตรา 37 เขียนโครงการช่วยเหลืออื่นๆ ให้คนพิการ 31 คน มูลค่า 3.4 ล้านบาท แต่ครั้งนี้นายกสมาคมจ่ายไปเพียง 150,000 บาทให้กับคนพิการโดยตรง นอกนั้นยังพบว่ายังนำอุปกรณ์ข้าวของ วัสดุ รถกระบะ ซุ้มจำหน่าย ไปเป็นของตัวเอง และคาดว่ามีการหักหัวคิวไป 3.2 ล้านบาท

ปี 2561 ปีสุดท้าย ใช้มาตรา 35 เขียนโครงการช่วยเหลืออื่นๆ ให้ผู้พิการจำนวน 11 คน มูลค่า 1.2 ล้านบาท แต่ครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลังมีการร้องเรียนเกิดขึ้น โดยทั้ง 3 ปีงบประมาณนี้ หากผู้ประกอบการสมทบเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) จะได้มากถึง 8 ล้านบาท

 

นายทรงวุฒิ ศิริสมสกุล ผู้เสียหาย เชื่อว่าการโกงเกิดตั้งแต่ต้นทาง การเขียนโครงการของสมาคมพิการแต่ละจังหวัดให้กรมจัดหางานอนุมัติ ก่อนให้บริษัทเอกชนเข้ามาสนับสนุนเงินทุน โดยส่วนใหญ่บริษัทเอกชนบางส่วนจะไม่รู้เห็นเพราะเป็นเพียงคนให้เงินทุน แต่ที่ผ่านมาไร้การตรวจสอบ ทำให้เกิดความเสียหายทั่วประเทศ



ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะไม่รู้ตรงนี้ เพราะผู้ประการเป็นฝ่ายสนับสนุนเงินทุนอย่างเดียว เขาจะได้รายชื่อคนพิการที่เข้าโครงการเพื่อไปลดหย่อนภาษี เพื่อไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน แต่อยากให้สถานประกอบการมาตรวจสอบด้วยว่าเงินที่ให้มานี้นำมาใช้อย่างโปร่งใสหรือไม่
นายทรงวุฒิ ศิริสมสกุล ผู้เสียหาย

นายทรงวุฒิ ศิริสมสกุล ผู้เสียหาย


จากจุดเริ่มต้นโกงหัวคิวค่าจ้างแรงงาน จ.สมุทรสาคร 8 ล้านบาท นำมาสู่การเปิดโปงขบวนการโกงคนพิการทั่วประเทศ 1,500 ล้านบาท ในแต่ละวันมีผู้พิการจำนวนไม่น้อยส่งเบาะแสมายังเพจเฟซบุ๊กของนายปรีดา ลิ้มนนทกุล เครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ บางคนบอกว่าได้รับเงินเดือนเพียง 2,850 บาทต่อเดือนเท่านั้น นั่นหมายความว่ามีการหักหัวคิวคนพิการเกิดขึ้นจริง

ขณะที่เครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการยังคงเดินหน้าเข้าร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สำนักนายกรัฐมนตรี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยสัปดาห์หน้าจะเข้าไปยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้ตรวจสอบกรณีนี้ด้วย เพราะเป็นการโกงคนพิการทั่วประเทศ ซ้ำร้อยคดีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง

จิราพร คำภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส

กลับขึ้นด้านบน