ทุนจีนถือหุ้นใหญ่ ปรับทิศทาง ม.เกริก

ทุนจีนถือหุ้นใหญ่ ปรับทิศทาง ม.เกริก

ทุนจีนถือหุ้นใหญ่ ปรับทิศทาง ม.เกริก

รูปข่าว : ทุนจีนถือหุ้นใหญ่ ปรับทิศทาง ม.เกริก

ทุนจีนรุกหนัก! ลุยซื้ออสังหาริมทรัพย์-มหาวิทยาลัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก เชื่อเป็นผลดีต่อนักศึกษา

การเข้าซื้อกิจการของกลุ่มทุนจีนในธุรกิจการศึกษา อาจทำให้เกิดความกังวลต่อการถูกครอบงำของทุนต่างชาติ ศ.นพ.กระแส ชนะวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก ระบุว่า การร่วมทุนเพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาและสร้างความเข้มแข็งให้กับมหาวิทยาลัย ที่ประสบปัญหาการบริหารจัดการจากจำนวนนักศึกษาที่ลดลง เตรียมเปิดวิทยาลัยนานาชาติและปรับ 10 หลักสูตรรองรับ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มจำนวนนักศึกษาจีนให้ได้ปีละ 1,000 คน

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก ระบุ ถึงสาเหตุที่ร่วมทุนกับจีนว่า เนื่องจากจำนวนนักศึกษาลดลงจากเดิมที่มีประมาณกว่า 3,000 คน เหลือประมาณ 2,000 คน ทำให้มหาวิทยาลัยประสบปัญหาด้านการดำเนินการ ซึ่งการร่วมทุนกับต่างชาติสามารถทำได้ภายใต้กฎหมายกำหนด ยืนยันว่าไม่มีบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งนี้

การร่วมทุนจะทำให้เกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษาเกิดการแลกเปลี่ยนบุคลากรและความร่วมมือในด้านต่างๆ ซึ่งจีนเป็นตลาดใหญ่ แต่ละปีมีนักเรียนจบระดับมัธยมศึกษาปีที 6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประมาณ 9 ล้านคน แต่มหาวิทยาลัยของจีนทั้งรัฐและเอกชนรองรับได้ประมาณ 6 ล้านคน จึงถือว่าเป็นโอกาสของไทย

ขณะนี้ มีนักศึกษาจากจีนมาเรียนหลักสูตรระยะสั้นด้านภาษาและวัฒนธรรมประมาณ 50 คน และมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างปรับ 10 หลักสูตรสอนเป็นภาษาจีนและอังกฤษ เช่น หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต โดยเตรียมเปิดวิทยาลัยนานาชาติ

นักศึกษาจีนคนหนึ่ง กล่าวว่า การเรียนที่มหาวิทยาลัยเกริกไม่แตกต่างจากการเรียนในมหาวิทยาลัยในจีน มีอาจารย์คอยดูแลเอาใจใส่และเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทย

สำหรับกลุ่มผู้ถือหุ้นในมหาวิทยาลัยเกริกในปัจจุบันดำเนินการในนามบริษัทเกริก สุวรรณีและบุตร ประกอบด้วย กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ ตระกูลมังคละพฤกษ์ ร้อยละ 22.5 ตระกูลปิยสิรานนท์ ร้อยละ 3.75 และตระกูลอัจฉริยะประทีป ร้อยละ 3.75 ที่เหลือถือหุ้นในนามบริษัทเกริก อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น โฮลดิ้ง ร้อยละ 70 โดยบริษัทเกริก อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น โฮลดิ้ง มีนายหวัง ฉางหมิง กับบริษัทหมิงจัง อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น เป็นผู้ถือหุ้นหลัก รองลงมาเป็นนายกระแส ชนะวงศ์

ขณะที่บริษัทหมิงจัง อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งฯ ก็ผู้ถือหุ้นโดยนายหวัง ฉางหมิงและนายกระแส ชนะวงศ์ อีกชั้นหนึ่ง นับเป็นการถือหุ้นโยงกันถึง 3 ชั้น ทำให้มหาวิทยาลัยเกริกเปลี่ยนมือ จากเจ้าของเดิมเป็นกลุ่มใหม่ และเปลี่ยนผู้บริหารในตำแหน่งอธิการบดีจาก น.ส.ณภัทร มังคละพฤกษ์ เป็น ศาสตราจารย์นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับ บริษัท เกริก สุวรรณี และบุตร จำกัด ได้แจ้ง งบการเงินปี 2559 บริษัท ขาดทุนสะสม 167,872.23 บาท ขณะที่ ปี 2560 บริษัทขาดทุนสะสม 172,872.23 บาท

ทั้งนี้ กรมพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า บุคคลต่างด้าวสามารถประกอบกิจการในไทยได้ตาม พระราชบัญญัติประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยนิติบุคคลจะต้องมีสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 49

ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ยังห้ามต่างด้าวประกอบธุรกิจใน 3 บัญชี คือ บัญชีที่หนึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้ต่างด้าวดำเนินการ ธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศหรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรมตามบัญชีสองและบัญชีสาม ห้ามประกอบธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันกับคนต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

กลับขึ้นด้านบน