สิ้นตำนานนักปั้นนางงาม "ศรีเวียง ตันฉาย"

สิ้นตำนานนักปั้นนางงาม "ศรีเวียง ตันฉาย"

สิ้นตำนานนักปั้นนางงาม "ศรีเวียง ตันฉาย"

วงการนางงามเพิ่งสูญเสียนักปั้นนางงามคนสำคัญ "ศรีเวียง ตันฉาย" ที่จากไปด้วยในวัย 80 ปี ผลงานกว่า 30 ปี ปั้นสาวงามมาประดับวงการนางงามมากมาย ทำให้ "ศรีเวียง" เป็นที่ยอมรับในฐานะนักปั้นคนสำคัญผู้มีสายตาแหลมคม

รูปข่าว : สิ้นตำนานนักปั้นนางงาม "ศรีเวียง ตันฉาย"

แม้ว่าอยู่กับป้าศรีเวียงเพียงไม่กี่ปี แต่สิ่งที่ "ป้าศรีเวียง ตันฉาย" ถ่ายทอดให้อดีตนางงามในสังกัดจากลพบุรีคนนี้ ทั้งฝึกเดิน ไหว้ ยืน และฝึกมารยาท ไปจนถึงให้วิธีคิด ทำให้ "ฉัตรวิไล สินธุไชย" ไปถึงฝั่งฝันด้วยการคว้าตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ ปี 2543 เป็นความประทับใจและระลึกถึงเสมอ นี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้มาแสดงความอาลัยในงานสวดพระอภิธรรมของนักปั้นนางงามคนสำคัญที่วัดลาดพร้าว ความรักในบทบาทนักปั้นนางงาม ยังสะท้อนผ่านลูกๆ ที่เห็นแม่ทุ่มเทให้กับการส่งนางงามประกวด ตั้งแต่เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ด้วยสายตาอันแหลมคม เฟ้นหาช้างเผือกมาโดดเด่นบนเวทีนางงาม ทำให้ได้ฉายา "อินทรีย์อีสาน" ไม่เพียงสอนปรับบุคลิก "ป้าศรีเวียง" ยังทุ่มเทตัดเย็บและปักชุดประกวด รวมถึงแต่งหน้าให้นางงามของตัวเองแทบทุกคน โดยมี ลูกสาว บุษบา เป็นลูกมือ และลูกชายช่วยขับรถเมื่อครั้งเดินสายประกวดทั้ง 4 ภาค

มีคนบันเทิงไม่น้อยที่เคยผ่านมือ "ศรีเวียง ตันฉาย" ในฐานะครูฝึกบุคลิกก่อนเข้าวงการ ทั้ง "เอ๊ะ อิศริยา" รวมถึงอดีตนางงามที่หันไปเป็นนักแสดง เช่น "ดวงเดือน จิไธสงค์" รองอันดับ 1 นางสาวไทย ปี 2530 และ "รักษ์สุดา สินวัฒนา" โดยจุดเด่นของการส่งนางงามค่าย "ป้าศรีเวียง" คือจะเลือกเด็กสาวที่ "สูงมาก่อนสวย" เพื่อให้ดูโดดเด่นบนเวที และจะส่งนางงามทีละหลายคน ซึ่งมักเข้ารอบลึกอยู่เสมอ และยังได้ชื่อว่าเป็นนักปั้นนางงามที่เก่งในเชิงพาณิชย์ด้วย เนื่องจากนางงามในสังกัดมักได้คาดสายสะพายสปอนเซอร์เวทีอยู่บ่อยๆ

ฉายานักปั้นนางงาม "ศรีเวียงอินทรีย์อีสาน" มาเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการส่งนางงามในสังกัดคว้าตำแหน่งชนะเลิศ และรองอันดับ 1 บนเวทีเดียวกัน คือเวทีนางสาวไทยปี 2533 ไม่เพียงเป็นนักปั้นมือทอง แต่ "ป้าศรีเวียง" ยังมีกลยุทธ์ทำให้นางงามเป็นที่จดจำได้ง่ายขึ้น ด้วยการตั้งฉายา เห็นได้จากนางสาวไทย ปี 2533 "ภัสราภรณ์ ชัยมงคล" ปีนั้น ป้าศรีเวียง ตั้งฉายาให้ว่า "หมวยอินเตอร์" เพราะมีใบหน้าหมวยๆ และเตรียมบินไปประกวดที่ต่างประเทศ ปีนั้นสื่อมวลชนในไทยให้ความสนใจมาก และเมื่อบินไปเก็บตัวที่ในเวทีนางงามจักรวาลปี 2533 ก็กลายเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลพิเศษ คือ "ขวัญใจช่างภาพ"

ป้าศรีเวียง มักพูดเสมอว่า การส่งนางงามประกวดไม่เพียงหวังชัยชนะเท่านั้น แต่มองว่านี่เป็นการสร้างโอกาสให้กับคนที่ต้องการโอกาส ด้วยการเอา "ช้างเผือกในป่ามาประกวดบนเวทีสาวงาม" ซึ่งเรื่องของระเบียบวินัยเป็นสิ่งที่ "ป้าศรีเวียง" ให้ความสำคัญที่สุด นางงามทุกคนในค่ายต้องเรียนหนังสือ และฝึกฝนวินัยด้วยการมาเก็บตัวกับป้าศรีเวียงที่บ้านพักย่านโชคชัย 4 จนใกล้ชิดผูกพันเหมือนคนในครอบครัว

หลังจากนี้ ครอบครัวของป้าศรีเวียง จะรวบรวมถ้วยรางวัลจากเวทีประกวดที่ป้าศรีเวียงเก็บไว้ และชุดราตรี ชุดไทย ที่ตัดเย็บให้นางงามใส่บนเวที เป็นห้องจัดแสดงภายในบ้าน เพื่อให้ลูกหลานและคนในวงการนางงามได้มาระลึกถึง สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรมศพ จะมีถึงวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายนนี้ และฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน ที่วัดลาดพร้าว

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน