บุกทลายโกดังผลิตน้ำมันกัญชาส่งออก

บุกทลายโกดังผลิตน้ำมันกัญชาส่งออก

บุกทลายโกดังผลิตน้ำมันกัญชาส่งออก

รูปข่าว : บุกทลายโกดังผลิตน้ำมันกัญชาส่งออก

ตำรวจขยายผลจับกัญชาพบกลุ่มผู้ต้องหาพยายามพัฒนารูปแบบกัญชาเป็นน้ำมันกัญชา เพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ โดยพบของกลางจำนวนมาก

ตำรวจปราบปรามยาเพสติด นำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายในโกดังแห่งหนึ่งใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังสืบสวนพบว่าเป็นที่ซุกซ่อนกัญชา และเครื่องมืออุปกรณ์สกัดให้เป็นน้ำมันกัญชา จากการตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ 1 คน ชาวแคนนาดา 1 คน และคนไทย 2 คน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำ

ขณะที่การตรวจสอบภายในโกดังพบเครื่องอัดสูญญากาศ ตู้แช่เย็น หลอดแก้วสำหรับผสมสาร พร้อมน้ำมันกัญชาบรรจุใส่ขวดกว่า 50 กิโลกรัมและอุปกรณ์อื่นๆ อีกหลายรายการ

พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติกรรมลักลอบนำกัญชาที่ได้ภายในประเทศไทยและประเทศลาว ผสมกับสารเคมีสกัดเป็นน้ำมันกัญชา ก่อนจะส่งไปจำหน่ายที่ประเทศเบลเยียม โดยผู้สั่งการคือผู้ต้องหาชาวแคนาดาที่รับเป็นนายทุน ในลักษณะทำน้ำมันกัญชาบรรจุใส่ขวด ซึ่งการส่งออกจะสำแดงสินค้าเป็นประเภทอื่น เลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

 

กัญญนันท์ คงภัสนิธิโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า น้ำมันกัญชาเป็นยาเสพติดที่นิยมในชาวต่างชาติ มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทมากกว่าการเสพกัญชาโดยทั่วไป 2-3 เท่า

สำหรับมูลค่าน้ำมันกัญชา เมื่อส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศจะมีราคาสูงถึงขวดละประมาณ 200,000 - 300,000 บาท วิธีการผลิตหนึ่งขวดจะต้องใช้กัญชาผสมกว่า 20 กิโลกรัม

ผอ.สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด ยังเตือนว่า หากมีการนำน้ำมันกัญชามารักษาทางการแพทย์และไม่ถูกต้อง เสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตราย เพราะมีสารตกค้าง จึงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น

 

กลับขึ้นด้านบน