"สวนยาง-ทุเรียน" นครศรีฯ เสียหายจากพายุปาบึก

"สวนยาง-ทุเรียน" นครศรีฯ เสียหายจากพายุปาบึก

"สวนยาง-ทุเรียน" นครศรีฯ เสียหายจากพายุปาบึก

รูปข่าว : "สวนยาง-ทุเรียน" นครศรีฯ เสียหายจากพายุปาบึก

การยางแห่งประเทศไทย จ.นครศรีธรรมราช เผย สวนยางพารากว่าแสนไร่ ใน 22 อำเภอ เสียหายจากพายุปาบึก เร่งเยียวยาชาวสวนที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ชาวบ้านโอดครวญเสียดายผลผลิต

วันนี้ (8 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนยางในพื้นที่ ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เนื้อที่กว่า 13 ไร่ ถูกแรงลมพายุโซนร้อนปาบึก พัดจนโค่นล้มได้รับความเสียหาย นางวันจาง คงสม เจ้าของสวนยาง กล่าวว่า แทบจะหมดกำลังใจในการที่จะรื้อฟื้นปลูกสวนใหม่ เนื่องจากสวนยางที่ปลูกมาได้เกือบ 10 ปี เพิ่งตัดเกี่ยวผลผลิตได้เพียง 1 ปีกว่าเท่านั้น

 

 

เช่นเดียวกับ สวนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุง ของนายคงวัฒน์ ชาวสวน ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดกันเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ซึ่งกำลังให้ผลผลิตนอกฤดูกาล ราคาจำหน่ายทั้งมังคุดและทุเรียนเฉลี่ยกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม แต่กลับได้รับความเสียหายอย่างหนักลำต้นโค่นล้มผลผลิตร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก ทำให้รายได้เฝ้ารอมาเกือบทั้งปีต้องหายไป

 

 

ด้านเจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทย จ.นครศรีธรรมราช เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของสวนยางเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู โดยสวนยางพาราซึ่งผลผลิตแล้วที่โค่นล้มเสียหายจนหมดสภาพสามารถขอรับการปลูกแทนใหม่ไร่ละ 16,000 บาท โดยสามารถปลูกทดแทนเป็นยางพาราพันธุ์ดี หรือไม้ยืนต้นชนิดอื่นอีก 30 ชนิด ตามความสมัครใจของเกษตรกร

นายพยุงศักดิ์ อภิรัตนกุล ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกนอกจากสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินและบ้านเรือนแล้ว ยังทำให้พื้นที่สวนยางใน จ.นครศรีธรรมราชเสียหาย จากการสำรวจเบื้องต้นไปกว่า 160,000 ไร่ ในพื้นที่ 22 อำเภอ จึงขอให้เจ้าของสวนยางเร่งแจ้งความเสียหายไปยังสำนักงานการยางแห่งประเทศไทยใกล้บ้าน เพื่อขอรับการช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

 

 

พื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งสวนยางพาราได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุโซนร้อนปาบึก มีสวนยางพาราโค่นล้มไปกว่า 3,000 ไร่ 

 

 

กลับขึ้นด้านบน