"ศรีสุวรรณ" ฟ้องศาลปกครอง สั่งให้ กทม.เป็นเขตควบคุมมลพิษ

"ศรีสุวรรณ" ฟ้องศาลปกครอง สั่งให้ กทม.เป็นเขตควบคุมมลพิษ

"ศรีสุวรรณ" ฟ้องศาลปกครอง สั่งให้ กทม.เป็นเขตควบคุมมลพิษ

รูปข่าว : "ศรีสุวรรณ" ฟ้องศาลปกครอง สั่งให้ กทม.เป็นเขตควบคุมมลพิษ

ศรีสุวรรณ จรรยา นำชาวกรุงเทพฯ 41 คน ฟ้องศาลปกครองสั่งให้กรุงเทพฯ เป็นเขตควบคุมมลพิษ ชี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

วันนี้ (17 ม.ค.2562) เวลา 10.30 น. ที่ศาลปกครองกลาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมด้วยชาวกรุงเทพฯ 41 คน เดินทางมายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ 1 นายกรัฐมนตรีที่ 2 และผู้ว่าราชกรุงเทพมหานคร ที่ 3 ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การฟ้องร้องดังกล่าวเนื่องจากเกิดวิกฤตฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ปกคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาหลายสัปดาห์ จนเป็นเหตุให้ประชาชนเจ็บป่วยและก่อปัญหาตามมามากมาย โดยที่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแหล่งกำเนิดมลพิษต่าง ๆ ได้อย่างเบ็ดเสร็จ รวมทั้งไม่มีมาตรการหรือแผนงานที่เป็นรูปธรรมในระยะยาวได้ หากปล่อยไปก็อาจจะเกิดวังวนของปัญหาทุกปี ซึ่งจะกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวกรุงเทพฯ จึงรวมตัวกันนำความายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษา ดังนี้

 

 

1.ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ใช้อำนาจตามมาตรา 59 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้ท้องที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ภายใน 30 วันนับแต่ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดหรือเป็นที่สุด

2.ขอให้ศาลมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 9 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 สั่งดังนี้

(1) สั่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร กระทำหรือร่วมกันกระทำการใด ๆ อันจะมีผลเป็นการควบคุม ระงับ หรือบรรเทาผลร้ายจากอันตรายและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากฝุ่นพิษหรือ PM 2.5 นั้นได้อย่างทันท่วงที ในกรณีที่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้ก่อให้เกิดภาวะมลพิษดังกล่าว ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งบุคคลนั้นไม่ให้กระทำการใดอันจะมีผลเป็นการเพิ่มความรุนแรงแก่ภาวะมลพิษในระหว่างที่มีเหตุภยันตรายดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ภายใน 3 วันนับแต่ศาลมีคำสั่ง

(2) สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดออกประกาศ กำหนดมาตรการห้ามเผาไร่อ้อยเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต และห้ามเผาซังนาข้าวหลังการเก็บเกี่ยว และบังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ภายใน 3 วัน

(3) ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใช้อำนาจตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 และกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 ในการออกมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการระงับและป้องกันการแพร่กระจายของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือฝุ่น PM 2.5 พร้อมกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ ให้ได้มากที่สุด และออกคำสั่งห้ามตัดต้นไม้บริเวณทางเท้าริมถนนโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะเป็นการตัดแต่งเพื่อความสวยงามและหรือป้องกันอุบัติภัยเท่านั้น ทั้งนี้ตามระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร

 

กลับขึ้นด้านบน