ศาลนัดตรวจหลักฐาน "ฮาคีม" คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน 22 เม.ย.นี้

ศาลนัดตรวจหลักฐาน "ฮาคีม" คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน 22 เม.ย.นี้

ศาลนัดตรวจหลักฐาน "ฮาคีม" คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน 22 เม.ย.นี้

ฮาคีม อาลี อัล อาไรบี นักเตะผู้ลี้ภัยชาวบาห์เรน ถูกเบิกตัวมายังศาลอาญา หลังจากอัยการยื่นต่อศาลขอดำเนินการส่งตัวกลับบาห์เรน ซึ่งศาลนัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 22 เม.ย.นี้ ขณะที่แอมเนสตี้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไทยยกเลิกคดีส่งฮาคีมกลับบาห์เรน

รูปข่าว : ศาลนัดตรวจหลักฐาน "ฮาคีม" คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน 22 เม.ย.นี้

วันนี้ (4 ก.พ.2562) นายฮาคีม อาลี อัล อาไรบี ถูกควบคุมตัวมาที่ศาลอาญา รัชดา เพื่อสอบคำให้การต่อศาล ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดของตัวแทนจากสถานทูตออสเตรเลีย, องค์การด้านสิทธิมนุษยชน และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ โดยระหว่างที่เดินเข้าศาล ฮาคีมพยายามตะโกนสื่อสารเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพว่า "ได้โปรดบอกเขา อย่าส่งตัวผมกลับบาห์เรน"

หลังสอบคำให้การ ทนายความของฮาคีมยืนยันว่า ฮาคีมไม่ต้องการกลับไปบาห์เรน โดยศาลนัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 22 เม.ย.2562

ทั้งนี้ ฮาคีม อัล อาไรบี เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ปัจจุบันเป็นนักเตะในเอลีกของออสเตรเลีย ได้การรับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากสหประชาชาติให้พำนักในออสเตรเลีย แต่ถูกทางการไทยจับกุมในระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยกับแฟนสาว

ที่ผ่านมา พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ส่งตัวฮาคีมกลับไปดำเนินคดีที่บาห์เรน รับโทษตามคำพิพากษาเป็นเวลา 10 ปี ตามคำร้องขอจากทางการบาห์เรนที่ส่งมาให้ทางการไทย ซึ่งมีคดีครอบครองวัตถุระเบิด และเผาสถานีตำรวจที่บ้านเกิดเมื่อปี 2555

"แอมเนสตี้" เรียกร้องไทยยกเลิกคดีส่งฮาคีมกลับบาห์เรน

ขณะที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ขอให้ยกเลิกคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อฮาคีม อาลี อัล อาไรบี ผู้ลี้ภัย โดยระบุว่า ทางการไทยควรยุติกระบวนการใดๆ ที่เป็นผลมาจากคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากเป็นที่ประจักษ์กันดีว่า ฮาคีมเป็นเหยื่อที่รอดชีวิตจากการทรมานในบาห์เรน และครอบครัวของเขายังถูกประหัตประหารต่อไปที่นั่น นอกจากนั้นฮาคีมและภรรยาก็ยังได้รับที่พักพิงในออสเตรเลีย เขาไม่ควรถูกกักตัวแม้แต่อีกเพียงวันเดียวก็ตาม และควรได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านที่เมลเบิร์นทันที

รัฐบาลไทยควรตระหนักว่า แรงจูงใจเพียงอย่างเดียวของบาห์เรนคือการจับตัวฮาคีมมาลงโทษอีก จากการที่เขาออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างสงบ และหากถูกส่งตัวกลับไปบาห์เรน ก็มีความเสี่ยงอย่างมากที่เขาจะถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม ถูกทรมานและปฏิบัติอย่างโหดร้าย ทั้งนี้ตำรวจสากลทำถูกต้องแล้วที่ได้ยกเลิก “หมายแดง” เพื่อจับตัวฮาคีม เนื่องจากเป็นการออกหมายที่ขัดกับนโยบายคุ้มครองผู้ลี้ภัยของหน่วยงาน

กรณีนี้กลายเป็นข่าวพาดหัวทั่วโลก ทำให้คนทั้งโลกต้องตื่นตระหนก เช่นเดียวกับกรณีราฮาฟ โมฮัมเหม็ด ผู้ลี้ภัยจากซาอุดิอาระเบีย ทางการไทยมีโอกาสอีกครั้งที่จะแสดงเจตจำนงเพื่อคุ้มครองผู้ลี้ภัย โดยการปล่อยตัวฮาคีม และไม่ปฏิบัติตามคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของบาห์เรน เนื่องจากการปฏิบัติตามคำขอเช่นนี้ เป็นการละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

 

กลับขึ้นด้านบน