ความหวังเอสเอ็มอีไทยในมือรัฐบาลชุดใหม่

ความหวังเอสเอ็มอีไทยในมือรัฐบาลชุดใหม่

ความหวังเอสเอ็มอีไทยในมือรัฐบาลชุดใหม่

รูปข่าว : ความหวังเอสเอ็มอีไทยในมือรัฐบาลชุดใหม่

ไทยพีบีเอสเปิดเวทีสะท้อนความต้องการผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปยังพรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. โดยผู้ประกอบการอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ช่วยเหลือเรื่องของเงินทุนหมุนเวียนเเละการเข้าถึงเงินทุน

วันนี้ (11 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยธุรกิจและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สำรวจความต้องการของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) พบว่าของขวัญปีใหม่ 2562 ที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีอยากได้จากรัฐบาลมากที่สุด คือเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ร้อยละ 53.56 รองลงมา ร้อยละ 26.67 พัฒนาประเทศให้ดีขึ้นและสงบสุข ส่วนนโยบายที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการมากที่สุด ได้แก่ การช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน รองลงมา คือการช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีรายเล็ก สามารถเเข่งขันกับธุรกิจรายใหญ่ได้

 

 

 

 

 

ขณะที่เมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) ไทยพีบีเอส จัดเวทีสะท้อนพลังคนตัวเล็ก ในหัวข้อ ความหวังเอสเอ็มอีไทยในมือรัฐบาลชุดใหม่ มีตัวเเทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วม พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแสดงความคิดเห็น

นายชุมพล ชัยวัฒน์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีภาคกลาง เปิดเผยว่า มองว่าพรรคการเมืองมีนโยบายเอาใจคนหลายกลุ่มอยู่เเล้ว เเต่จะทำได้ตามที่หาเสียงหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง เเต่สิ่งที่อยากเห็น คือภาครัฐควรให้ความสำคัญ กับการจัดการของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้การทำงานสอดประสานกัน รวมถึงการออกกฎหมาย กฎระเบียบที่เสมอภาค เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็กและขนาดใหญ่

 

 

 

 

 

ส่วนตัวแทนพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าการแก้ปัญหาเอสเอ็มอีของไทยมีความสำคัญ เช่น นายอนุชา บูรพชัยศรี กรรมการนโยบายและรองโฆษกด้านเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ มองว่านโยบายการพัฒนาเอสเอ็มอีของไทยในแต่ละยุคไม่มีความต่อเนื่องและไม่มีการติดตามผล ซึ่งการแก้ปัญหาของเอสเอ็มอีไทย ควรเน้นออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้ทำธุรกิจได้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

ส่วน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ตัวเเทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เเม้เศรษฐกิจไทยมีตัวเลขจีดีพีดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการรายเล็กกลับไม่ได้รับอานิสงส์และหนี้เสียเพิ่มขึ้น ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน กล่าวว่า ยอมรับปัญหาส่วนหนึ่งของเอสเอ็มอี เกิดจากหน่วยงานของรัฐบาลที่ทำงานไม่สอดรับกัน

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นธุรกิจที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทย แต่ที่ผ่านมา กลับประสบปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การขาดสภาพคล่อง และขาดผู้ให้คำแนะนำปรึกษา หรือการเข้าถึงข้อมูลความรู้ บางประเด็นที่เอสเอ็มอีเผชิญ ก็ต้องพึ่งพารัฐช่วยปลดล็อก หรือคลี่คลายปัญหา

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน