"รุ่งเรือง" วางมือการเมือง-ลาออกจาก "ไทยรักษาชาติ"

"รุ่งเรือง" วางมือการเมือง-ลาออกจาก "ไทยรักษาชาติ"

"รุ่งเรือง" วางมือการเมือง-ลาออกจาก "ไทยรักษาชาติ"

รูปข่าว : "รุ่งเรือง" วางมือการเมือง-ลาออกจาก "ไทยรักษาชาติ"

นายรุ่งเรือง พิทยศิริ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าเรื่องการยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ขณะที่ กกต.เตรียมพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตลอดจนบัญชีนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมือง

วันนี้ (11 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรุ่งเรือง พิทยศิริ อดีตคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยืนยันว่าได้ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติแล้ว

 

 

นายรุ่งเรือง เปิดเผยว่า ได้หารือกับครอบครัวและจะตัดสินใจวางมือทางการเมืองมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมแล้ว แต่ดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม และได้ยื่นลาออกทั้งจากคณะกรรมการบริหารและสมาชิกพรรค รวมถึงแสดงเจตนาที่จะไม่ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมติการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของคณะกรรมการบริหารพรรค

 

 

ขณะที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวก่อนการประชุม กกต.ว่า วันนี้จะพิจารณาคำร้องเรื่องพรรคไทยรักษาชาติ โดยจะศึกษาอย่างรอบคอบ รอบด้าน หลายมิติ ทั้งข้อกฎหมายและประเด็นที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการพิจารณาว่า กกต.มีอำนาจคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมืองหรือไม่ หากมีมติจะแถลงผลการประชุมอีกครั้งหนึ่ง

 

 

ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปที่ยื่นขอให้ กกต.วินิจฉัยกรณีที่พรรคไทยรักษาชาติเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายขัดต่อระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง ส.ส.ปี 2561 โดยอ้างอิงข้อ 17 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งที่กำหนดว่าห้ามผู้สมัครพรรคการเมืองหรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง

 

 

สอดคล้องกับนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำความพร้อมหลักฐานยื่นต่อ กกต.เพื่อขอให้ไต่สวนพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติโดยเร็วหรือก่อนการเลือกตั้ังที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ โดยอ้างอิงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2561 มาตรา 92 (2) ที่กำหนดว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น

 

 

ขณะเดียวกัน เรียกร้องให้หัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติแสดงความรับผิดชอบมากกว่าการออกแถลงการณ์ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งในพรรคไทยรักษาชาติ ส่วนบุคคลภายนอกพรรคที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องยอมรับว่าไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่เป็นที่รู้กันและจะมีส่วนต่อการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชน

 

 

กลับขึ้นด้านบน