ฝุ่นวิกฤต! "ลำปาง" สั่งปิดป่า 60 วันห้ามเก็บของป่าฝืนโทษหนัก

ฝุ่นวิกฤต! "ลำปาง" สั่งปิดป่า 60 วันห้ามเก็บของป่าฝืนโทษหนัก

ฝุ่นวิกฤต! "ลำปาง" สั่งปิดป่า 60 วันห้ามเก็บของป่าฝืนโทษหนัก

รูปข่าว : ฝุ่นวิกฤต! "ลำปาง" สั่งปิดป่า 60 วันห้ามเก็บของป่าฝืนโทษหนัก

หมอกควันไฟป่า 8 จังหวัดภาคเหนือเริ่มวิกฤต พบเกินค่ามาตรฐานเกือบ 3 เท่า โดยเฉพาะ ต.นาจักร จ.แพร่ ฝุ่น PM 2.5 ทะลุ 142 มคก.ต่อลบ.ม. ขณะที่ลำปาง ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จนต้องออกมาตรการห้ามเข้าพื้นที่ เพื่อหาของป่า สั่งขึ้นทะเบียนอาชีพหาของป่า

วันนี้ (12 ก.พ.2562) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่ภาคเหนือ โดยเมื่อเวลา 09.00 น.พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพหลายจุด โดยฝุ่น PM2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 28 - 142 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อลบ.ม.) เกินมาตรฐานดังนี้ 

  • ต.นาจักร อ.เมือง แพร่ 142 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 51 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.ในเวียง อ.เมือง น่าน 65 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 51 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.เวียง อ.เมือง พะเยา 55 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง 106 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง 117 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง138 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง 112 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.บ้านกลาง อ.เมือง ลำพูน 71 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ 77 มคก.ต่อ ลบ.ม.
  • ต.จองคำ อ.เมือง แม่ฮ่องสอน 51 มคก.ต่อ ลบ.ม.

ส่วนฝุ่น PM10ตรวจพบค่าระหว่าง 44 - 166 มคก.ต่อ ลบ.ม. สูงสุด ต.นาจักร อ.เมือง แพร่ 166 มคก.ต่อ ลบ.ม. ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง 138 มคก.ต่อ ลบ.ม. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง 140 มคก.ต่อ ลบ.ม. ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง, 141 มคก.ต่อ ลบ.ม.

 

นายกรัฐมนตรี กำชับคุมรถควันดำ 

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรายงานว่าขณะนี้คุณภาพอากาศโดยรวมดีขึ้น และอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีบางพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน เช่น จ.ลำปาง และจ.ขอนแก่น เนื่องจากมีการเผาวัชพืชเป็นบริเวณกว้าง

ขอความร่วมมือประชาชน ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองทั้งPM 2.5 และ PM 10 โดยเฉพาะการเผาวัชพืชที่ไม่ควรทำ เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุของปัญหาฝุ่นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอัคคีภัย

พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง เช่น การตรวจจับรถควันดำ การส่งเสริมให้ใช้เชื้อเพลิงสะอาด การควบคุมการก่อสร้างและการเผาในที่โล่ง แม้สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะหากหยุดปัญหาก็จะกลับมาได้อีก

 

 

ลำปางสั่งปิดป่า 60 วันลดผลกระทบเผาเก็บหาของป่า 

ส่วนที่จังหวัดลำปาง ซึ่งเผชิญกับคุณภาพอากาศระดับสีแดงส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่องหลายวัน จากปัญหาไฟป่า นายสมเกียรติ ตันตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

มติให้ดำเนินงานตามแผนหลักๆ คือ ทางจังหวัดจะออกประกาศงดประกอบกิจกรรมภายในพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด หรือสั่งปิดป่า ในช่วงวิกฤติ ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

หากประชาชนผู้ใดต้องการเข้าป่าจะต้องขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงเช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และห้ามพกวัสดุที่ก่อให้เกิดไฟเข้าไป และให้ดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืน หรือผู้ที่จุดไฟเผาป่าหรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตป่าอนุรักษ์และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 150,000 บาท และมีความผิดอาญา

 

สาเหตุไฟไหม้ป่า เกิดจากการจุดไฟล่าสัตว์ หาของป่า และเตรียมพื้นที่การเกษตร ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานหลายวัน โดยเฉพาะในเขตอำเภอแม่เมาะ เพราะแม้ไฟจะเกิดขึ้นในเขตฮ.เมืองลำปาง แต่ลมได้พัดเข้าไปในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ ค่าฝุ่นจึงสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ

ล่าสุดยื่นหนังสือเพื่อขอหน่วยงานที่รับผิดชอบบริเวณพื้นที่ป่าดอยพระบาท ให้ปิดป่า เป็นเวลา 60 วัน ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด โดยให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด มีกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยาน อาสาสมัครหมู่บ้าน ผลัดเปลี่ยนกันเข้าเวรยามตลอด24 ชั่วโมง พร้อมทั้งทำแนวกันไฟไว้อีกชั้น

ข้อมูลจากคณะทำงานดับไฟป่าจังหวัดลำปาง พบว่าตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2561 - 11ก.พ.นี้ เจ้าหน้าที่เข้าดับไฟป่าบริเวณดอยพระบาท 32 ครั้ง มีพื้นที่ถูกเผาไหม้  511 ไร่ จาก  90,000 ไร่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชิงเผาพื้นที่เกษตร ส่งผล "ภาคเหนือ" ฝุ่น PM 2.5 พุ่ง

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน