ส่อได้เปรียบ! แนะนายกรัฐมนตรี เลิกจัดรายการ คสช.

ส่อได้เปรียบ! แนะนายกรัฐมนตรี เลิกจัดรายการ คสช.

ส่อได้เปรียบ! แนะนายกรัฐมนตรี เลิกจัดรายการ คสช.

รูปข่าว : ส่อได้เปรียบ! แนะนายกรัฐมนตรี เลิกจัดรายการ คสช.

นักวิชาการ สะท้อน 2 รายการ คสช. เป็นช่องทางโชว์ผลงานรัฐบาล ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการเอง ห่วงเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น

วันนี้ (15 ก.พ.2562) เวลา 20.15 น.ในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เราจะยังเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช.ดำเนินรายการ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความได้เปรียบในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ บางส่วนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรจัดรายการดังกล่าวแล้ว

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ มองว่า เนื้อหารายการเป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้พูดเรื่องการเมืองและการหาเสียง จึงสามารถจัดรายการต่อไปได้

อ.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวโดยอธิบายว่า รายการที่นายกรัฐมนตรีทำขึ้นเพื่อสื่อสารกับประชาชน ตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ล้วนเป็นรายการโชว์ผลงานของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นรายการหาเสียง หาคะแนนนิยมกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเมื่อมีกฤษฎีกาการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องหยุดจัดรายการ ซึ่งก็เป็นแบบนั้นเรื่อยมา

สำหรับกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังยืนยันจะจัดรายการต่อ อ.นันทนา เห็นว่าเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงความนิยมของรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ได้รับผลประโยชน์ในเชิงบวกจากรายการนี้ หรือมีผลน้อยมาก เพราะในช่วงวันและเวลาของรายการ ประชาชนยังเลือกปิดทีวีไม่รับการสื่อสาร

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยากจัดรายการ ก็จัดได้ แต่ประชาชนยังเป็นเหมือนเดิมคือไม่เปิดรับ แต่โดยมารยาททางการเมือง ท่านควรยุติการจัดรายการ 

นอกจากรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ควรจะต้องยกเลิกในขณะนี้ด้วยคือ รายการเดินหน้าประเทศไทย เพราะเป็นรายการโชว์ผลงานของรัฐบาลเหมือนกัน

ถ้าไม่ยกเลิกทั้ง 2 รายการ ก็ถือว่าได้เปรียบกว่าพรรคอื่น ๆ ที่มีช่องทางเสนอผลงานของตัวเอง และในอนาคตหาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ ก็จะโดนนินทาว่าร้าย ว่าท่านเอาเปรียบพรรคอื่นที่ใช้สื่อภาคบังคับหาเสียงช่วงเลือกตั้ง

 

 

กลับขึ้นด้านบน