เลือกตั้ง 2562 : "องอาจ" จี้ กกต.สอบเกณฑ์คนเเพร่ต้อนรับ "พล.อ.ประยุทธ์"

เลือกตั้ง 2562 : "องอาจ" จี้ กกต.สอบเกณฑ์คนเเพร่ต้อนรับ "พล.อ.ประยุทธ์"

เลือกตั้ง 2562 : "องอาจ" จี้ กกต.สอบเกณฑ์คนเเพร่ต้อนรับ "พล.อ.ประยุทธ์"

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : "องอาจ" จี้ กกต.สอบเกณฑ์คนเเพร่ต้อนรับ "พล.อ.ประยุทธ์"

ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบการเกณฑ์คนเเพร่ไปต้อนรับนายกรัฐมนตรี พร้อมแนะจับตากำหนดการลงพื้นที่ 7 วันก่อนเลือกตั้งเเอบเเฝงหาเสียง ขณะเดียวกัน แนะ "พล.อ.ประยุทธ์" เตือนพรรคพลังประชารัฐออกนโยบายประชานิยมสุดขั้ว

วันนี้ (16 มี.ค.2562) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีปรากฏข่าวเผยเเพร่ทางสื่อออนไลน์ว่ามีการสั่งการให้นายอำเภอเกณฑ์คนไปฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ปราศรัยที่ จ.เเพร่ ว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการทุกภาคส่วน ต้องระมัดระวังในการดำเนินการใดที่ใช้งบประมาณและทรัพย์สินราชการเอื้อประโยชน์ให้พรรคใดพรรคหนึ่ง โดยเฉพาะเอื้อ พล.อ.ประยุทธ์ หนึ่งในเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการเอาเปรียบกันทางการเมือง ถ้าไม่ใช่เเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ข้าราชการจะดำเนินการอย่างไรคงไม่ได้มีผลเสียหาย แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อาจทำให้เกิดมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น เเม้อ้างว่าไปราชการ ก็ถือว่าเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น เรื่องนี้อยากเรียกร้องให้ กกต.เข้าไปตรวจสอบว่าการเกณฑ์คนลักษณะดังกล่าวทำได้หรือไม่ โดยเฉพาะ 7 วัน หลังจากนี้ก่อนถึงวันลงคะเเนน พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีกำหนดการไปตรวจราชการเกือบทุกวันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย เป็นการส่อเจตนาของการเเอบเเฝงหาเสียงหรือไม่ กกต.ต้องไปตรวจสอบ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเเละเที่ยงธรรม

 

 

 

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาเขียนสารเตือนพรรคการเมืองต่างๆ ให้ระมัดระวังการหาเสียงที่ใช้งบประมาณจำนวนมากนั้น นายองอาจ กล่าวว่า คิดว่านายกรัฐมนตรีควรเตือนพรรคพลังประชารัฐที่เอาชื่อตัวเองไปเป็นเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก่อนพรรคการเมืองอื่นจะดีกว่า เพราะพรรคพลังประชารัฐมักออกนโยบายประชานิยมสุดขั้ว เกทับบลัฟเเหลก เพิ่มจำนวนเงินในนโยบาย อาทิ การเพิ่มค่าเเรงขั้นต่ำ ขณะที่พรรคการเมืองอื่นนำเสนอ นโยบายซึ่งสามารถปฏิบัติได้จริง เช่น ประชาธิปัตย์ เสนอประกันรายได้ของผู้ใช้เเรงงานประมาณวันละ 400 บาท แต่พลังประชารัฐ มาเกทับเพิ่มเป็น 425 บาท เป็นต้น เป็นประชานิยมสุดขั้ว อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ วินัยการเงินการคลัง ภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของราคาเเพงขึ้นมาโดยทันที ซึ่งการมุ่งหวังได้คะเเนนเสียงเฉพาะหน้า โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายใดๆ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง นายกรัฐมนตรีควรรีบไปเตือนพรรคพลังประชารัฐ ว่าระยะเวลาที่เหลือ 7 วัน นับจากนี้ ไม่ควรออกนโยบายประชานิยมสุดขั้ว กระทบต่อประเทศชาติโดยรวมอีก โดยเฉพาะนโยบายการเพิ่มค่าเเรงขั้นต่ำโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ จะกระทบอย่างมากต่อธุรกิจขนาดกลางเเละขนาดย่อม อีกทั้งยังกระทบต่อการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทย ไปประเทศอื่นอีกด้วย

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน