นายกฯ ตรวจโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2

นายกฯ ตรวจโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2

นายกฯ ตรวจโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2

รูปข่าว : นายกฯ ตรวจโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2

นายกรัฐมนตรี ตรวจการก่อสร้างด่านพรมแดนฝั่งประเทศไทย โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด จ.ตาก

วันนี้ (19 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะฯ ตรวจการก่อสร้างด่านพรมแดนฝั่งประเทศไทย อาคารด่าน Border Control Facilitates (BCF) และพบกับประชาชนที่มาร่วมแสดงความยินดีในพิธีฉลองความสำเร็จการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย/ตองยิน แห่งที่ 2 ที่ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวรายงาน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ รองโฆษกกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ คณะผู้บริหาร ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมต้อนรับ ณ ด่านพรมแดนฝั่งประเทศไทย สะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด จ.ตาก

 

 

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในหลักการให้มีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย/ตองยิน แห่งที่ 2 ในปี 2552 เพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ในการเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นพื้นที่สำคัญเป็นเมืองหน้าด่านการค้าขายชายแดนที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาเป็นประตูสู่การค้าการลงทุนในระดับภูมิภาคจากสถิติมูลค่าการค้าที่เพิ่มมากขึ้นโดยตลอด อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 3 อำเภอของ จ.ตาก ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนชายแดนในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงด้านการท่องเที่ยว

 

 

และใน​ปี 2558 รัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณการก่อสร้างสะพาน ถนนเชื่อมต่อฝั่งไทยและฝั่งเมียนมา อาคารด่านฝั่งไทยและฝั่งเมียนมารวมทั้งค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินฝั่งไทย วงเงินรวมทั้งสิ้น 3,900 ล้านบาท เป็นค่างานฝั่งไทยจำนวน 2,900 ล้านบาท และค่างานฝั่งเมียนมาจำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งต่อมารัฐบาลไทยได้อนุมัติวงเงินเพิ่มเติมอีกจำนวน 232 ล้านบาท ในปี 2560 เป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินฝั่งไทยและค่าก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนทั้ง 2 ฝั่ง เนื่องจากมีการปรับรูปแบบด้านสถาปัตยกรรมให้เข้ากับเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ รวมงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 4,132 ล้านบาท

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน