เตรียมยื่นอุทธรณ์พิจารณาคดีเสือดำ 2 ข้อหาที่ยกฟ้อง

เตรียมยื่นอุทธรณ์พิจารณาคดีเสือดำ 2 ข้อหาที่ยกฟ้อง

เตรียมยื่นอุทธรณ์พิจารณาคดีเสือดำ 2 ข้อหาที่ยกฟ้อง

รูปข่าว : เตรียมยื่นอุทธรณ์พิจารณาคดีเสือดำ 2 ข้อหาที่ยกฟ้อง

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เตรียมขอสำเนาคำพิพากษาฉบับเต็มคดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ ก่อนพิจารณายื่นอุทธรณ์หรือไม่ ใน 2 ข้อหาที่ยกฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต

วันนี้ (20 มี.ค.2562) นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวในงานเสวนา "1 ปี คดีเสือดำกับคำตัดสินที่รอคอย" เพื่อประมวลเหตุการณ์ พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ภายหลังรับฟังคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์แห่งผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

โดยตอบข้อซักถามกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) โดนจำคุก 16 เดือน และยกฟ้องข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) และที่ได้รับการพิพากษาในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า คือ การอำนวยความสะดวกให้ผู้อื่นไม่ว่าก่อนหรือหลังกระทำความผิดมาตรา 46 ของพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งได้รับโทษจำคุก 8 เดือน 

ส่วนข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า คือ การร่วมกันกระทำความผิด หรือแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งกรณีที่ศาลสั่งยกฟ้องนายเปรมชัย ในข้อหาร่วมกันมีซากเสือดำ และร่วมกันเก็บหาของป่านั้น ซึ่งพนักงานอัยการจะขอคัดคำพิพากษาฉบับเต็ม เพื่อดูรายละเอียดว่าศาลรับฟังพยานหลักฐานจากทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ และพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งแนวโน้มขอให้ดูกระบวนการตามปกติ ไม่ได้เป็นเรื่องยาก หรือซับซ้อน


ซากเสือดำและไก่ฟ้าหลังเทาต้องไปดูรายละเอียดการฟังพยานหลักฐานฝั่งของนายเปรมชัย ในคำพิพากษาฉบับเต็ม แนวโน้มขอให้ดูกระบวนการตามปกติ ไม่ได้เป็นเรื่องยาก หรือซับซ้อน เหมือนชาวบ้านก็สารภาพ แต่คดีเป็นคนที่มีฐานะทางสังคม

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยืนยันว่าทำคดีนี้อย่างรอบคอบและรวดเร็ว สามารถสั่งฟ้องจำเลยทั้งหมดภายใน 1 เดือน ระเบียบสำนักอัยการสูงสุด เป็นหลักประกันความเป็นธรรมของประชาชนทั้งประเทศและสามารถตรวจสอบได้

นายโกศลวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้ไม่น่าจะมีพยานหลักฐานใหม่หากมีการยื่นอุทธรณ์ เพราะทำมาอย่างรอบคอบแล้ว ทั้งพยานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่อาจขอให้ทบทวนคำพิพากษา หรือดุลพินิจ กรณีนายเปรมชัยมีโทษในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าฯ จำคุก 8 เดือน ซึ่งโทษน้อยกว่าข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าฯ ที่มีโทษต่างกันถึง 2 ใน 3 ส่วนการที่นั่งกินล้อมวง ถือว่าร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าด้วยหรือไม่ ได้สืบพยานในศาลแล้วเมื่อมีคำตัดสินออกมาว่าเป็นการสนับสนุนฯ จะขอดูคำพิพากษาตัวเต็ม

พร้อมทั้งยืนยันว่า ระบบอัยการทำงานอย่างยุติธรรม ตรวจสอบสำนวนคดีได้ ทำงานอย่างเป็นระบบ และโปร่งใส สิ่งสำคัญอัยการทำตามพยานหลักฐานเท่านั้นไม่สามารถทำตามกระแสสังคมได้

ส่วนการที่ นายเปรมชัยฯ ได้กล่าวขอโทษสังคมไม่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการทางกฎหมายว่าเป็นการรับสารภาพได้ แต่เป็นความรู้สึกผิดทางสังคม ซึ่งอัยการจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไปไม่เลือกปฏิบัติแน่นอนไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวยต้องได้รับโทษที่เสมอกันตามความผิดที่กระทำ

ผมขอบคุณคุณเปรมชัย คำว่า "ขอโทษ" อย่างน้อยก็เป็นความรู้สึกในทางสังคม แต่ไม่ถือว่าเป็นสารภาพผิด และไม่สามารถใช้ในกระบวนการกฎหมายได้ และขอให้มั่นใจว่าอย่ามองว่าคุกมีไว้ขังแค่คนจนเท่านั้น 

 

จี้รัฐบาลใหม่ต้องมีท่าทีชัดเจนกับอิตาเลียนไทย

ด้านนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ก่อนที่จะมีคำตัดสินได้ตั้งแนวทางไว้ 3 เรื่อง คือ 1.เปรมชัยเป็นหัวหน้าคณะเดินทางเข้าป่า รถ  ลูกน้อง  ปืนก็ของเปรมชัย การขออนุญาตเป็นการดำเนินการของเปรมชัย และชัดเจนว่าเป็นปืนล่าสัตว์โดยเฉพาะไม่ใช่อาวุธป้องกันตัว จึงหวังว่านายเปรมชัยจะโดนโทษหนักในฐานะร่วมกันล่าสัตว์

รวมทั้ง 2.คาดหวังไว้จะโดนข้อหาทั้งหมด ทั้งครอบครองทั้งล่าสัตว์ แต่นายเปรมชัยอาจจะอยู่ในฐานะที่ได้รับโทษเบาจนถึงขั้นรอลงอาญา และ 3.กังวลว่านายเปรมชัยจะหลุดคดีไปเลย และผิดมีเฉพาะครอบครอง เพราะเขาให้การอ้างว่าเสือดำมาจากไหนไม่รู้ เป็นช่วงเวลาที่เขาขับรถไปอีกจุดหนึ่ง

แต่เมื่อตัดสินจำคุก 16 เดือนและโดนในฐานะผู้สนับสนุน ปรากฎว่าหลังจากได้โพสต์เฟซบุ๊กข้อสงสัยทั้งหมด มีผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมายเข้ามาแสดงความเห็นว่ายังถือว่าอยู่ในการล่าสัตว์อยู่ มีเจตนาในการล่าสัตว์อยู่ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นโทษที่ไม่แรงเท่ากับนายธานี ทุมมาศ นายพราน และโดนทุกข้อหามีโทษกว่า 3 ปี 

ส่วนนายเปรมชัย ที่กล่าวคำขอโทษ คิดว่าคำขอโทษของเปรมชัย น่าจะส่งผล เชื่อว่านายเปรมชัย จะต่อสู้ต่อไปเพื่อให้รอลงอาญา

นอกจากนี้อย่างน้อยผลสะเทือนของกรณีเสือดำ ทำให้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ผ่านการพิจารณาของสนช. มีการเพิ่มโทษการทำความผิดมากขึ้น มีพรรคการเมืองเสนอให้ขึ้นบัญชีเสือดาว เสือดำ เป็นสัตว์ป่าสงวน ซึ่งกฎหมายใหม่มีการกำหนดโทษขั้นต่ำทันที โดยที่ศาลไม่ต้องใช้ดุลพินิจ โทษขั้นต่ำปรับเป็นล้านบาท

จากนี้รัฐบาลหน้าต้องสานต่อเรื่องนี้ ท่าทีของรัฐบาลหน้ากับบริษัทอิตาเลียนไทย จะเป็นอย่างไร เพราะศาลมีคำตัดสินโดยไม่รอลงอาญา

 

กลับขึ้นด้านบน