เลือกตั้ง2562 : กกต.สั่งสอบทหารชะโงกดูในคูหา

เลือกตั้ง2562 : กกต.สั่งสอบทหารชะโงกดูในคูหา

เลือกตั้ง2562 : กกต.สั่งสอบทหารชะโงกดูในคูหา

รูปข่าว : เลือกตั้ง2562 : กกต.สั่งสอบทหารชะโงกดูในคูหา

กกต.เร่งสอบกรณีทหารชะโงกหน้ามองในคูหาเลือกตั้ง เบื้องต้นเป็นการเข้าแถวต่อใช้สิทธิ แต่หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าทุจริต อาจสั่งให้ลงคะแนนใหม่ทั้งหน่วย นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงข้อสงสัยโซเชียลอีกหลายกรณี

วันที่ 26 มี.ค.2562 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ตามที่มีภาพปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีทหารย่านสนามเป้ามาใช้สิทธิเลือกตั้ง และมีภาพทหารบางนายชะโงกมองเข้าไปในคูหาเลือกตั้งของทหารนายอื่นที่กำลังลงคะแนนอยู่นั้น เป็นกรณีที่ทหารประจำการของกองพลทหารม้าที่ 2 สนามเป้า ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ 34 เขตเลือกตั้งที่ 6 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ที่กำลังใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง โดยมีการเข้าแถวเรียงลำดับการลงคะแนน

ทหารผู้ที่ชะโงกเข้าไปดูการลงคะแนนเป็นผู้ที่จะลงคะแนนในลำดับต่อไป และหลังจากลงคะแนนแล้วก็ได้ออกจากหน่วยเลือกตั้งไป จึงมีการชะโงกมองทหารผู้ที่กำลังลงคะแนนเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม กกต.ขอชี้แจงว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งยึดหลักการเลือกตั้งที่จะต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และการลงคะแนนเลือกตั้งต้องเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ขณะนี้ กกต.ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวแล้ว หากพบว่าการลงคะแนนดังกล่าวมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต.จะสั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้อง เช่น สั่งให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งนี้ใหม่ต่อไป

 

ยืนยันกากบาททับเลขเป็น "บัตรเสีย" 

ในวันเดียวกัน กกต.ยังชี้แจงข้อสงสัยของสื่อสื่อสังคมออนไลน์ คือ กรณีปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในการนับบัตรเลือกตั้งเป็นคะแนนของหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง มีการวินิจฉัยการทำเครื่องหมายกากบาททับหมายเลขผู้สมัครซึ่งเป็นบัตรเสียว่าเป็นบัตรดี นั้น

กรณีดังกล่าว กกต.ชี้แจงว่าการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยจะต้องวินิจฉัยว่าการทำเครื่องหมายนอกช่องทำเครื่องหมายทุกกรณีเป็นบัตรเสีย ซึ่งรวมถึงกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวด้วย จากการตรวจสอบในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 44 เขตเลือกตั้งที่ 7 กรุงเทพมหานคร ตามภาพที่เป็นข่าวนั้น ปรากฎว่าในขณะที่ทำการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งฉบับดังกล่าว กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้วินิจฉัยว่าเป็นบัตรดี และนับเป็นคะแนนให้กับผู้สมัคร แต่ในขณะเดียวกันได้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในที่นับคะแนนทักท้วงการนับคะแนนของบัตรเลือกตั้งฉบับดังกล่าวว่าเป็นบัตรเสีย

คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจึงได้ประชุมหารือและได้วินิจฉัยให้บัตรเลือกตั้งฉบับดังกล่าวเป็นบัตรเสีย ซึ่งเป็นการดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

 

ไม่ใช่บัตรตัวอย่างของ กกต.

ตามที่ปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า กกต.ได้จัดทำบัตรเลือกตั้งตัวอย่างสีชมพู โดยมีหมายเลขผู้สมัคร ภาพเครื่องหมายพรรค และชื่อพรรคการเมือง โดยภาพเครื่องหมายพรรคและชื่อพรรคการเมืองมีเพียงพรรคพลังประชารัฐเพียงพรรคเดียว นั้น

กกต.ตรวจสอบแล้วพบว่า บัตรเลือกตั้งตัวอย่างตามภาพที่ปรากฎข้างต้นนั้น ไม่ได้เป็นบัตรเลือกตั้งตัวอย่างที่ กกต.จัดพิมพ์ขึ้น และส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งใช้ในการประชาสัมพันธ์หน้าที่เลือกตั้ง เนื่องจากสีของบัตรเลือกตั้งตัวอย่างไม่ถูกต้อง หมายเลขผู้สมัครในบัตรเลือกตั้งตัวอย่างจะไม่ใช่หมายเลข 1-50 ตามภาพที่ปรากฎ ภาพเครื่องหมายพรรคและชื่อพรรคการเมืองทุกพรรคจะไม่ปรากฎอยู่ในบัตรเลือกตั้งตัวอย่างแต่อย่างใด

ดังนั้น กกต.จะได้ตรวจสอบว่ามีผู้ผลิตบัตรเลือกตั้งตัวอย่างดังกล่าว หรือมีการตัดต่อ ดัดแปลงภาพบัตรเลือกตั้งตัวอย่าง หรือมีการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อและมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว อันเป็นการกระทำที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หรือไม่อย่างไรต่อไป

 

ขัดข้องทางเทคนิค ทำนับคะแนนเกิน 

ตามที่มีประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการรายงานผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการของ กกต. ปรากฎทางสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการลงคะแนนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น

กกต.ชี้แจงว่าข้อมูลที่ปรากฎเป็นข่าว เป็นข้อมูลที่อยู่ในขั้นตอนการรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จากบางหน่วยเลือกตั้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เป็นข้อมูลที่ยังไม่มีความสมบูรณ์ครบถ้วนทุกหน่วยเลือกตั้ง ประกอบกับระบบการรายงานผลในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดความขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ข้อมูลที่รายงานออกไปเกิดความคลาดเคลื่อน

ภายหลังจาก กกต.ได้ตรวจพบแล้ว จึงดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องในทันที ทั้งนี้ การรายงานผลการนับคะแนนที่ดำเนินการครบถ้วนทุกหน่วยเลือกตั้งในขั้นสุดท้ายเป็นข้อมูลจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง บัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์จะเลือกผู้สมัครผู้ใด ที่ถูกต้องตรงกันแล้ว ผู้ที่สนใจติดตามข่าวสามารถตรวจสอบการรายงานผลการลงคะแนนอย่างเป็นทางการที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้องสมบูรณ์จากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้อีกครั้งหนึ่งในภายหลัง

 

พบสายรัดหีบบัตรในถังขยะ ไม่ใช่ทุจริต

ตามที่มีภาพปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีเอกสารป้ายปิดช่องใส่บัตรเลือกตั้ง (แบบ ส.ส. 5/1) และสายรัดหีบบัตรเลือกตั้งปรากฎอยู่ในถังขยะปั๊มน้ำมันทองมี จ.ชุมพร นั้น

กกต.ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นของหน่วยเลือกตั้งที่ 16 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.บางหมาก อ.เมืองชุมพร ซึ่งเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงานการรับบัตรเลือกตั้ง หีบบัตรเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์จากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ก่อนวันเลือกตั้ง และเมื่อถึงวันเลือกตั้งก่อนเวลา 8.00 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะทำการเปิดช่องใส่บัตรและตัดสายรัด เปิดหีบบัตรเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งเพื่อนำมาใช้ในการลงคะแนนเลือกตั้ง

ผลจากการตรวจสอบ ปรากฎว่าภายหลังจากการนำส่งหีบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.2562 เวลาประมาณ 20.00 น. และเดินทางกลับแล้ว เมื่อไปถึงปั๊มน้ำมันเวลาประมาณ 20.20 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคนหนึ่งได้เปิดกระเป๋าเป้พบวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวเหลือตกค้างอยู่ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคนดังกล่าวเห็นว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่เหลือใช้จากการดำเนินงานแล้ว จึงได้นำไปทิ้งในถังขยะ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่กำหนดในระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นขั้นตอนทางธุรการก่อนการลงคะแนน จึงไม่ได้มีผลกระทบต่อการลงคะแนนที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวควรจะนำส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งพร้อมกับหีบบัตรเลือกตั้งที่นับเป็นคะแนนแล้ว การนำไปทิ้งไว้ในที่สาธารณะจึงเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งให้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร ตักเตือนการปฏิบัติงานของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวแล้ว 

 

แค่ตรวจความถูกต้อง ไม่ใช่นับคะแนนนอกหน่วย 

กรณีมีข้อสงสัยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่เพชรบูรณ์ เปิดหีบบัตรนับคะแนนนอกหน่วยเลือกตั้ง กกต.ได้ตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว พบว่ารูปภาพดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้จัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งและนับคะแนนเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งแล้วเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 19.45 น. หลังจากนั้นเดินทางออกจากหน่วยเลือกตั้งเพื่อนำหีบบัตรเลือกตั้ง แบบรายงานประจำหน่วยเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์นำส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดเพชรบูรณ์ ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นจุดรับของทุกหน่วยเลือกตั้ง จำนวนทั้งสิ้น 239 หน่วย

ตามรูปภาพที่ปรากฎนั้น เป็นเหตุการณ์ในขณะที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหน่วยดังกล่าว ได้เดินทางมาถึงที่ตรวจรับในเวลาประมาณ 20.30 น. ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งที่เดินทางมาถึงก่อนหน้าจำนวนหนึ่ง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวจึงรอลำดับการตรวจสอบและส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้ง แบบรายงานประจำหน่วยเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์อยู่ในบริเวณหน้าหอประชุมอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ และในระหว่างรอนั้นได้ทำการตรวจสอบความถูกต้องโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้งและมีหน้าที่ต้องเดินทางมาส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้ง แบบรายงานประจำหน่วยเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์ ตามระเบียบ กกต.

ดังนั้น กรณีที่มีประเด็นข่าวว่ามีการแกะหีบบัตรออกมานั่งนับและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมเข้มระวังคนแอบถ่ายภาพนั้น จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติงานตามขั้นตอนและระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 

 

โต้ข่าวปลด 2 กกต.ไม่เป็นความจริง

กกต.ระบุว่า พบว่าเว็บไซต์มีลักษณะไม่น่าเชื่อถือและนำเสนอข่าวอันเป็นเท็จว่ามีการปลด กกต. 2 คน และผู้เกี่ยวข้อง ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และเพื่อแสดงความสุจริตและเที่ยงธรรมของ กกต. จึงได้ดำเนินแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมายต่อไปแล้วเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา

 

กลับขึ้นด้านบน