ฝุ่น PM2.5 : "กรมป่าไม้" เล็งแบล็กลิสต์ 20 หมู่บ้าน 9 จว.เหนือจุดไฟป่า

ฝุ่น PM2.5 : "กรมป่าไม้" เล็งแบล็กลิสต์ 20 หมู่บ้าน 9 จว.เหนือจุดไฟป่า

ฝุ่น PM2.5 : "กรมป่าไม้" เล็งแบล็กลิสต์ 20 หมู่บ้าน 9 จว.เหนือจุดไฟป่า

รูปข่าว : ฝุ่น PM2.5 : "กรมป่าไม้" เล็งแบล็กลิสต์ 20 หมู่บ้าน 9 จว.เหนือจุดไฟป่า

อธิบดีกรมป่าไม้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่เผาป่าแลกของบประมาณเพิ่ม โดยได้รับงบดับไฟเฉลี่ยปีละ 165 ล้านบาท ชี้เจอหลักฐานเผาล่าสัตว์ เปิดพื้นที่ งัดไม้แข็งแบล็กลิสต์หมู่บ้านในเขตป่าที่เจอจุดความร้อนมาก พบ 20 ชุมชนใน 9 จังหวัดเหนือขู่ตัดสิทธิทำกินตามเงื่อนไขคทช.

วันนี้ (4 เม.ย.) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ สั่งการไปยังผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ กำชับให้เร่งคลี่คลายสถานการณ์ไฟไหม้ป่าภายใน 7 วัน ตามคำสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้จัดชุดเฉพาะกิจร่วมมีทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยาน และพลเรือนลงพื้นที่ระดับตำบล พูดคุยกับชาวบ้าน พร้อมกับบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ภารกิจหลักต้องดับไฟให้ได้ภายใน 7 วัน และต้องไม่มีจุดเผาไฟป่าเพิ่ม

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ยึดถือแนวปฏิบัติ หากมีผู้ใดที่อยุ่ในกลุ่มที่จะได้รับสิทธิ์ตามคทช.ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1, 2 ,3 ,4 และ 5 และพื้นที่ตามมติ ครม.30 มิ.ย.2541 หากมีคดีบุกรุกป่า หรือพบว่าในพื้นที่สำรวจเจอว่ามีการเผาพื้นที่ จะตัดสิทธิ์ไม่ให้ได้รับสิทธิที่ดินทำกิน คทช.

 

นอกจากนี้ยังสำรวจหมู่บ้านเสี่ยงที่มีจุดความร้อนสะสมเพื่อเข้าดับไฟ โดยเริ่มเขต จ.เชียงใหม่ เพราะตอนนี้ไม่ได้แค่เช็กพื้นที่เสี่ยงของจุดความร้อนในเขตพื้นที่ป่าไม้ เพื่อพิจารณาตัดสิทธิคนที่ลักลอบเผาป่า แต่จะตีความภาพถ่ายดาวเทียมปี 2561 ถ้าจุดที่ไหนมีปัญหาบุกรุกมากชุมชนที่อยู้บริเวณนั้นจะต้องถุกพิจารณาตัดสิทธิ์ คทช.ด้วย เพราะมอง 2 ส่วนไฟป่า และการบุกรุก


กรมป่าไม้ทำแบลกลิสต์ไว้ 2 ส่วน เป็นแบลกลิสต์ชุมชนที่มีจุดความร้อนเยอะ และชุมชนที่มีผลการอ่านวิเคราะห์จากภาพถ่ายว่ามีการบุกรุก สรุปถ้าเจอทั้งเผาป่า และบุกรุกมากจะถูกตัดสิทธิ์ภายใต้เงื่อนไขคทช.ทันที 

 

ภาพ:กรมป่าไม้

ภาพ:กรมป่าไม้

 

โดยเฉพาะชาวบ้านที่ลักลอบเผาป่าจะขึ้นบัญชีดำ จะถูกพิจารณาตัดสิทธิและขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ คทช. ทันที จึงให้คุมเข้มคุณสมบัติของชาวบ้านที่มาแจ้งขอใช้สิทธิในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติที่เหลือที่จะแล้วเสร็จภายในปี 2563-2565 ขณะที่อยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่และกำหนดแปลงที่จะให้เข้าใช้ประโยชน์

สำหรับ 20 ตำบลในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือที่มีจุดความร้อนในเขตป่าะสม ระหว่างวันที่ 12 ต.ค.2561- 3 เม.ย.2562 มีดังนี้

  • ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน  164 จุด
  • ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก 149 จุด
  • ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน 89 จุด
  • ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา จ.น่าน 68 จุด
  • ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน 63 จุด
  • ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย 60 จุด 
  • ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 59 จุด 
  • ต.เมืองแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 57 จุด
  • ต.แม่ขะนิ้ง อ.เวียงสา จ.น่าน 52 จุด
  • ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน 51 จุด

 

ป่าไม้ ยืนยันไม่เผาป่าเรียกงบเพิ่ม

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่จุดไฟเผาเพื่อขอเพิ่มงบประมาณเพิ่ม นายอรรถพล ยืนยันว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากกรมป่าไม้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเท่ากันในแต่ละปีอยู่ที่ 150-165 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ด้วย ถือเป็นงบประมาณที่น้อยมากกับการดูแลรับผิดชอบทั้งประเทศขณะนี้ได้ประสานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เข้ามาร่วมช่วยเหลือด้านงบประมาณดับไฟป่า ที่สำคัญคงไม่มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เผาเพื่อให้ทำงานเหนื่อยและเสี่ยงอันตรายจากการเข้าดับไฟป่า 

เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องขายวิชาชีพไปเผาป่าให้ตัวเองเหนื่อย หลายคนให้ความเห็นว่าเจ้าหน้าที่เผาเอง ผมว่าเป็นการบั่นทอนกำลังใจของเจ้าหน้าที่ ของหน่วยราชการ ทำให้เกิดภาพลบต่อประชาชน ไม่อยากให้คิดแบบนี้
ภาพ:กรมป่าไม้

ภาพ:กรมป่าไม้

 

ไฟป่าพุ่ง 2.6 หมื่นจุดป่าวอด 1.3 แสนไร่ 

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ไฟป่าปีนี้รุนแรง แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้มาตรการเหมือนทุกปี ทั้งก่อนช่วงถึงฤดูไฟที่ต้องจัดระเบียบการเผา และแก้ปัญหาเรื่องของปริมาณเชื้อเพลิง ช่วงการห้ามเผา และหลังการห้ามเผา แต่ปีนี้ประชาชนไม่เคารพกติกาโดยเฉพาะช่วงเวลาห้ามเผา 

โดยปีนี้เพียงแค่ 5 เดือนแรกพบจุดความร้อนทั่วประเทศ อยู่ที่ 26,300 จุด สร้างความเสียหายถึง 2 เท่าจากปีแล้วที่พบ 20,000 จุด แต่ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ป่าจะเสียหายทั้งหมด เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ซึ่งเกิดความเสียหายกับไม้ในระดับล่าง ไม่กระทบโครงสร้างป่า และเมื่อถึงหน้าฝนป่าดังกล่าวจะฟื้นตัวขึ้น

 

 

ขณะที่ภาพรวมพบป่าเสียหาย 132,141 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงมีคนเข้าไปจุดเผา สาเหตุคือ การเข้าไปเก็บหาของป่า ล่าสัตว์ จุดไฟเผาพื้นที่ป่าเพื่อให้เดินได้สะดวก การเผาพื้นที่ไร่และลุกลามเข้าไปในเขตป่า รวมทั้งการแกล้งจุดไฟของกลุ่มบุคคล โดยพบจากหลักฐานวัสดุการตั้งเวลา หรือหน่วงเวลาให้เกิดไฟ และคบไฟ 

ยอมรับว่าต้องบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เพราะปีนี้ชาวบ้านไม่เชื่อฟังการบังคับตามมาตรการที่วางไว้

วันเดียวกัน พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม นายโสภณ ทองดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ทส.,นายรณรงค์ เส็งเอี่ยม ผอ. อสพ. และนายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผอ. สบอ. 16 ร่วมบินตรวจสภาพการเกิดไฟป่าบริเวณดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ที่เกิดเหตุไฟป่าเมื่อวันที่ 27 มี.ค.62 ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางการบินตั้งแต่อ.เมือง ผ่าน อ.แม่ริม,อ.แม่แตง จนถึงอ.เชียงดาว ไม่พบจุดเกิดไฟไหม้ใหม่แต่อย่างใด แต่สภาพอากาศปิดจึงทำให้ยังพบควันไฟลอยฟุ้งอยู่ในอากาศโดยทั่วไป

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน