เปิดปฏิบัติการเชิงรุก ลดเหตุรุนแรงเดือนรอมฎอน

เปิดปฏิบัติการเชิงรุก ลดเหตุรุนแรงเดือนรอมฎอน

เปิดปฏิบัติการเชิงรุก ลดเหตุรุนแรงเดือนรอมฎอน

รูปข่าว : เปิดปฏิบัติการเชิงรุก ลดเหตุรุนแรงเดือนรอมฎอน

ในช่วงเดือนรอมฎอน สถิติการก่อเหตุรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงอื่น เป็นความท้าทายของฝ่ายความมั่นคงทุก ๆ ปีที่ต้องวางแผนรับมือ

ปีนี้กองทัพภาคที่ 4 จัดชุดปฏิบัติการเชิงรุกในหมู่บ้าน กดดันเเนวร่วมไม่ให้ใช้หมู่บ้านเป็นฐานสนับสนุนกลุ่มก่อเหตุ ทำให้รอบ 1 เดือนสามารถยึดปืนและฐานที่มั่นผู้ก่อเหตุได้หลายแห่ง

 

 

ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกดดันกลุ่มแนวร่วมเปิดฉากขึ้น หลังการเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใน ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนเจ้าหน้าที่จะวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 1 คน ซึ่งผู้ตายเคยถูกออกหมายจับคดีในความมั่นคง 5 คดี และเหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 นาย และสามารถยึดปืนของผู้ก่อเหตุได้ 1 กระบอก

 

 

ปฏิบัติการไล่ล่าเพื่อกดดันกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ห่างไกลและป่าเขา เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเดือนถือศีลอด ทำให้เกิดการการปะทะอย่างน้อย 7 ครั้งในรอบเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแผนการขั้นที่ 1 ก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอนที่มักเกิดเหตุรุนแรงสูงกว่าเดือนอื่น ๆ โดยเฉพาะในการปะทะ 3 ครั้งล่าสุด ตั้งแต่การปะทะที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เหตุปะทะที่เทือกเขาเมาะแต ต.ดุซงยอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และเหตุปะทะที่ ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่ยึดปืน กระสุนปืน อุปกรณ์ยังชีพ และอุปกรณ์เครื่องสนามหลายรายการ

 

 

ในช่วงเดือนรอมฎอน กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดชุดปฎิบัติการเชิงรุกในหมู่บ้าน จำนวน 735 ชุดปฎิบัติการ แบ่งเป็นชุดปฎิบัติการจรยุทธ์ จำนวน 511 ชุด และชุดปฎิบัติการกิจการพลเรือนอีก จำนวน 224 ชุด เพื่อกดดันเเนวร่วมไม่ให้ใช้หมู่บ้านบริวาร หรือ หมู่บ้านจัดตั้ง ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อเหตุ โดยให้ผู้นำชุมชนเลือกที่จะอยู่ข้างรัฐและปฎิเสธความรุนแรง

 

 

หลังการเปิดปฎิบัติการเชิงรุกต่อเนื่อง กลุ่มก่อเหตุก็พยายามตอบโต้ทันที ทั้งเหตุกราดยิงบ้านของชาวบ้านใน อ.เทพา จ.สงขลา เพื่อล่อลวงให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อนจะระเบิดซ้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้กองทัพภาคที่ 4 ต้องเพิ่มการเฝ้าระวังพื้นที่ส่วนหลัง ที่เป็นเป้าหมายอ่อนเเอ ทั้งเขตเศรษฐกิจ คนต่างความเชื่อ เเละสถานบันเทิง

 

 

การดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่เดินทางมาประกอบศาสนากิจตามมัสยิดต่าง ๆ ตลอดเดือนถือศีลอด เป็นหนึ่งแผนการดูแลเข้มข้นขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับด่านความมั่นคงให้เป็นการอำนวยความสะดวกก่อนการละศีลอดในช่วงเย็น ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือจากองค์กรศาสนาอิสลาม 8 องค์กร เพื่อสร้างความเข้าใจ และชี้แจงหลักการศาสนาที่ถูกต้องเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันการขยายความคิดที่บิดเบือน เพื่อสร้างกลุ่มแนวร่วมรุ่นใหม่ให้ออกมาก่อเหตุในช่วงนี้

กลับขึ้นด้านบน