เลือกตั้ง 2562 : "ธนาธร" ขอ ปชช.ทวงสัญญาพรรคการเมืองหยุดสืบทอดอำนาจ

เลือกตั้ง 2562 : "ธนาธร" ขอ ปชช.ทวงสัญญาพรรคการเมืองหยุดสืบทอดอำนาจ

เลือกตั้ง 2562 : "ธนาธร" ขอ ปชช.ทวงสัญญาพรรคการเมืองหยุดสืบทอดอำนาจ

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : "ธนาธร" ขอ ปชช.ทวงสัญญาพรรคการเมืองหยุดสืบทอดอำนาจ

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ขอประชาชนทวงสัญญาพรรคการเมือง ร่วมเดินหน้าปิดสวิตช์ ส.ว.เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ

วันนี้ (9 พ.ค.2562) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่โพสต์เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ระบุ ขอให้ประชาชนทวงถามพรรคการเมืองที่เคยสัญญาว่าจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช.ให้ร่วมเดินหน้าปิดสวิตช์ ส.ว.โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ข้อเสนอของผมที่ให้ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. ยังมีความเป็นไปได้ และเราต้องทำให้เกิดขึ้นจริง

ถึงตอนนี้มีความชัดเจนเรื่องจำนวน ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อที่ กกต.ประกาศรับรองแล้ว จำนวน 498 ที่นั่ง จาก จำนวน 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร เพียงพอที่จะทำให้เกิดความชัดเจนทางการเมืองและอนาคตประเทศไทยว่าจะเดินไปทางไหน ซึ่งผมและพรรคอนาคตใหม่ขอให้ทุกท่านนำข้อเสนอที่เราพูดไว้ก่อนเลือกตั้งเรื่องการ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” มาช่วยกันผลักดันทำให้เกิดขึ้นจริง

การ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” คือการที่เราสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ในสภาผู้แทนราษฎร (ที่มีอยู่จำนวน 500 คน) โดยไม่ให้สมาชิกวุฒิสภา (จำนวน 250 ที่นั่ง) ที่ไม่ได้มาจากประชาชนสามารถดำเนินการเลือกแล้วส่งผลต่อผลการเลือกภายในสภาผู้แทนราษฎรให้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้

ต้องขออธิบายย้อนรอยไปว่า ในรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาลที่ประกาศใช้ในยุค คสช.กำหนดให้ ส.ส. (จำนวน 500 ที่นั่งที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน) ร่วมกับ ส.ว. (อีก จำนวน 250 ที่นั่งที่มาจากการเลือกของ คสช. รวมทั้ง 2 สภาแล้วมีจำนวน 750 ที่นั่ง) เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้นถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ เสียงข้างมาก หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา( จำนวน 375 ที่นั่ง) ได้ก็จะได้เป็นนายกฯ ไป

แต่ตอนนี้ 3 พรรคการเมืองที่ประกาศหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และต้องการสืบทอดอำนาจ คสช. ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ (จำนวน 115 ที่นั่ง) พรรครวมพลังประชาชาติไทย (จำนวน 5 ที่นั่ง) พรรคประชาชนปฏิรูป (จำนวน 1 ที่นั่ง) รวมแล้ว จำนวน 121 ที่นั่ง เมื่อบวกกับส.ว. 250 ที่นั่ง แล้วก็จะได้เพียงจำนวน 371 ที่นั่ง ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง (จำนวน 375 ที่นั่ง) ของจำนวนที่นั่งรวมใน 2 สภา ( จำนวน 750 ที่นั่ง) ซึ่งข้อเสนอปิดสวิตช์ ส.ว.ที่เราเคยเสนอไว้ว่ากรณีพรรคที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรน้อยกว่าจำนวน 124 ที่นั่ง นั้นยังสามารถเป็นไปได้

 

ดังนั้น ผมและพรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยกลับไปทวงถามคำสัญญาญที่พรรคการเมืองต่างๆ เคยให้ไว้ก่อนการเลือกตั้ง(ว่าพวกเขาไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.) เพราะนี่คือการยับยั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากประชาชน

พรรคการเมืองทุกพรรคไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลสามารถมีส่วนร่วมได้ทั้งหมด โดยการโหวตให้นายกรัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีที่รวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราฎรได้ และเราจะมีจำนวน 377 เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่พร้อม “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ซึ่งมากกว่า 3 พรรคฝ่ายสืบทอดอำนาจบวกกับ ส.ว. 250 คน ทำให้การเมืองแบบประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้

นี่จะเป็นบันไดก้าวแรกที่ทำให้ประเทศไทยเดินทางกลับสู่ประชาธิปไตย โดยหลังจากนี้ พรรคอนาคตใหม่พร้อมและยินดีเดินทางไปพบกับทุกพรรคการเมืองที่มีนโยบายไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และการสืบทอดอำนาจของ คสช.ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใด พรรคฝ่ายค้าน พรรคจัดตั้งรัฐบาล พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ฯลฯ เรามีส่วนร่วมกันในการที่จะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. และเปิดประตูบานใหม่สู่ประชาธิปไตย พรรคอนาคตใหม่พร้อมไปพูดคุยกับทุกพรรค เพื่อให้การปิดสวิตช์ ส.ว. เป็นจริงได้

กลับขึ้นด้านบน