1 ต.ค.นี้ กทม.เริ่มเก็บค่าขยะบ้านละ 80 บาทต่อเดือน

1 ต.ค.นี้ กทม.เริ่มเก็บค่าขยะบ้านละ 80 บาทต่อเดือน

1 ต.ค.นี้ กทม.เริ่มเก็บค่าขยะบ้านละ 80 บาทต่อเดือน

รูปข่าว : 1 ต.ค.นี้ กทม.เริ่มเก็บค่าขยะบ้านละ 80 บาทต่อเดือน

ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป กรุงเทพมหานครจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะมูลฝอย ในอัตราใหม่ 80 บาทต่อเดือน จากเดิมที่จัดเก็บเฉพาะค่าเก็บขน 20 บาทต่อเดือน

วันนี้ (13 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานครจัดเก็บเฉพาะค่าเก็บขนขยะในส่วนของบ้านเรือน ปริมาณมูลฝอยไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน เป็นเงิน 20 บาทต่อเดือน แต่ล่าสุดได้แก้ไขกฎหมายให้แยกเป็นค่าเก็บขนขยะเป็น 40 บาท และค่ากำจัดขยะอีก 40 บาท รวมเป็น 80 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าจากที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน

นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สำนักสิ่งแวดล้อมจะเก็บค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะมูลฝอยอัตราใหม่ 80 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 เป็นต้นไป เนื่องจากที่ใช้อยู่ในปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ปี 2548 กทม.ต้องแบกรับภาระเป็นจำนวนมาก

หากพิจารณาต้นทุนค่าใช้จ่ายการจัดการมูลฝอยของบ้านเรือนทั่วไป จะพบว่ามีค่าใช้จ่ายในการเก็บขนมูลฝอยที่ 130 บาทต่อเดือน ค่ากำจัดมูลฝอยที่ 98 บาทต่อเดือน รวมทั้งสิ้น 228 บาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงเดือนละ 20 บาท คิดเป็นร้อยละ 9 ของค่าใช้จ่ายที่ กทม.ต้องจ่าย

 

สำหรับรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ จะมีทั้งการให้พนักงานเก็บขนมูลฝอยให้บริการจัดเก็บค่าธรรมเนียมถึงบ้าน หรือการชำระที่สำนักงานเขต และในอนาคตจะเพิ่มช่องทางรับชำระค่าธรรมเนียมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ขณะที่รายได้ที่เกิดจากการปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียม จะทำให้กรุงเทพมหานครมีงบประมาณเพิ่มขึ้น สามารถนำไปใช้ในการบริหารงานด้านอื่นๆ ทั้งเรื่องการรักษาความสะอาดและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและพัฒนาคุณภาพชีวิต

ส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมูลฝอย กทม.ได้จัดหายานพาหนะที่ทันสมัยในการเก็บขนมูลฝอย เช่น รถบรรทุกติดตั้งชุดไฮดรอลิกส์ พร้อมตู้คอนเทนเนอร์สำหรับใช้ในการเก็บขน สามารถลดแรงงานคนและระยะเวลาในการเก็บขนมูลฝอย นอกจากนี้ยังได้จัดชุดเร่งด่วนเพิ่มจำนวนเที่ยวการจัดเก็บมูลฝอยตามถนนสายหลัก สายรองทุกเส้นทาง รวมทั้งเพิ่มความถี่ในการจัดเก็บมูลฝอยในพื้นที่ต่างๆ ไม่ให้มีขยะตกค้าง

 

กลับขึ้นด้านบน