มาตรการคุมสินเชื่ออสังหาฯ ทำยอดขายไตรมาสแรกติดลบ

มาตรการคุมสินเชื่ออสังหาฯ ทำยอดขายไตรมาสแรกติดลบ

มาตรการคุมสินเชื่ออสังหาฯ ทำยอดขายไตรมาสแรกติดลบ

รูปข่าว : มาตรการคุมสินเชื่ออสังหาฯ ทำยอดขายไตรมาสแรกติดลบ

มาตรการคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ส่งผลต่อยอดขายอสังหาฯ ไตรมาสแรกลดลง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมหนักสุดติดลบร้อยละ 25 ผู้ประกอบการอสังหาฯ คาดหวังรัฐบาลชุดใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ หลัง 2 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดไม่เพียงพอ

วันนี้ (14 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.2562 นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก โดยเฉพาะในไตรมาสแรกปีนี้ที่เกิดการชะลอซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทั้งในกลุ่มที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่ 2 และการเก็งกำไร

ส่งผลให้ภาพรวมตลาดมียอดขายติดลบร้อยละ 18 โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม กระทบหนักสุดติดลบถึงร้อยละ 25 บ้านเดี่ยวติด ลบร้อยละ 13 ขณะที่ทาวน์เฮาส์ ติดลบร้อยละ 3 ซึ่งสวนทางกับยอดโอนที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 26 เนื่องจากประชาชนเร่งโอนก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้

 

ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมาล่าสุด แทบไม่มีผลต่อการช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากปัจจุบันราคาบ้านที่ต่ำกว่าล้านบาทมีจำนวนไม่มาก ผู้ประกอบการคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะหามาตรการออกมากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม เช่น มาตรการผ่อนปรนให้กับผู้กู้ร่วม ไม่ต้องเข้าเงื่อนไข LTV หรือการเลื่อนระยะเวลาบังคับเกณฑ์ LTV ออกไป โดยภาคอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนถึงร้อยละ 11-12 ของจีดีพี หากกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ

ภาคอสังหาฯ มีส่วนอยู่ประมาณ 11-12% ของจีดีพี และคนไทยยังไม่มีบ้านอีกเยอะ ดังนั้น อยากให้ช่วยดูเรื่องของวิธีการกู้ หรือมาตรการผ่อนปรน LTV

 

ทั้งนี้ ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เริ่มเห็นบางบริษัทประกาศขายห้องชุดหลุดโอนผ่านเว็บไซต์ และต้องให้โครงการตรวจสอบสินเชื่อก่อนแล้วจึงอนุมัติให้จองห้องชุดได้ หรือบางบริษัทต้องทำโปรโมชั่นทั้งลดราคาและเติมเงินดาวน์ ไปจนถึงแถมเฟอร์นิเจอร์ เพื่อหวังระบายสต็อกห้องชุดที่มีเหลืออยู่จำนวนมาก

 

กลับขึ้นด้านบน