มาตรการดูแลครูก่อนเปิดเทอม 3 จังหวัดชายแดนใต้

มาตรการดูแลครูก่อนเปิดเทอม 3 จังหวัดชายแดนใต้

มาตรการดูแลครูก่อนเปิดเทอม 3 จังหวัดชายแดนใต้

รูปข่าว : มาตรการดูแลครูก่อนเปิดเทอม 3 จังหวัดชายแดนใต้

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มีครูเสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 182 คน และทุพพลภาพ 11 คนแต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้จะไม่เกิดเหตุรุนแรงกับครู แต่ในวันเปิดเทอมพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องจัดทำข้อตกลงร่วมในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น

เหตุการณ์ที่ผู้ก่อเหตุเข้ามากราดยิงภายในโรงเรียนบ้านบูโก๊ะ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 นาย และยังขโมยปืนอีก 4 กระบอก เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา แม้จะยังเป็นฝันร้ายสำหรับครูและนักเรียน แต่ในวันเปิดเทอมใหม่ 16 พ.ค.นี้ ดูเหมือนว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ถูกดำเนินการให้เข้มข้นขึ้น เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ครู และเด็กๆ

 

 

การปิดรั้วที่แน่นหนา ระหว่างการทำการเรียนการสอน หรือการลาดตะเวนรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางเข้าและออกจากโรงเรียน รวมถึงการทำข้อตกลงร่วม (MOU) ระหว่างตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและชุมชน ก็เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันเหตุรุนแรงในช่วงเปิดเทอมนี้ โดยแผนในการรักษาความปลอดภัยจะถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่มากกว่า การใช้แผนแบบเดียวกันทั้ง 3 จังหวัด ขณะที่การคงกำลังรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนก็ยังมีความจำเป็นในบางพื้นที่เสี่ยง

 

 

จากข้อมูลของสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มีครูเสียชีวิตจากเหตุความรุนแรง 182 คน และทุพพลภาพถาวร จำนวน 11 คน แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แทบไม่เกิดเหตุรุนแรงกับครู ซึ่ง นายบุญสม ทองศรีพราย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา จ.ปัตตานี มองว่า ส่วนหนึ่งอาจมาจากการปฎิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงชุมชนที่ช่วยกันปกป้องครู และครูก็เรียนรู้ว่าตัวเองเป็นเป้าหมาย จึงไม่ประมาท แต่สิ่งที่ควรเติมเต็ม เพื่อไม่ให้ครูตกเป็นเหยื่อ คือการปรับปรุงระบบการข่าว การเชื่อมต่อข้อมูลของหน่วยงานด้านความมั่นคงกับครู รวมถึงการคัดเลือกกองกำลังที่มีประสิทธิภาพลงมาดูแลพื้นที่และโรงเรียนมากขึ้น

 

 

นอกจากนี้ นายบุญสม ยังเรียกร้องให้ มีการจัดสรรโควต้าการเลื่อนขั้นกรณีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ แก่ครูตามอัตราส่วนข้าราชการในพื้นที่ หลังพบว่า โควต้าดังกล่าว ถูกเฉลี่ยไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้สิทธิกับจังหวัด และอำเภอเป็นผู้เป็นผู้คัด หรือ เสนอชื่อผู้รับสิทธิ ซึ่งบางพื้นที่ครูแทบไม่ได้รับผลประโยชน์ส่วนนี้ และยังพบปัญหาความไม่เป็นธรรมในการคัดเลือกผู้ได้รับโค้วต้า และเสนอให้รัฐบาลมีการยกย่องเชิดชูเกียรติครูที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ การโควต้าแก่บุตรของครูที่เสียชีวิต สามารถประกอบอาชีพในวิชาชีพอื่นๆ หรือการดูแลบิดาและมารดาของครูที่เสียชีวิต และดูแลครูที่เกษียณอายุราชการให้ได้รับผลประโยชน์กรณีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ซึ่งยังไม่ครอบคลุม แม้ว่าจะมีการเรียกร้องสวัสดิการส่วนนี้มาหลายปี

 

กลับขึ้นด้านบน