เช็กที่นี่ ! รู้จักขั้นตอนปฐมพยาบาล "เด็กติดในรถ"

เช็กที่นี่ ! รู้จักขั้นตอนปฐมพยาบาล "เด็กติดในรถ"

เช็กที่นี่ ! รู้จักขั้นตอนปฐมพยาบาล "เด็กติดในรถ"

รูปข่าว : เช็กที่นี่ ! รู้จักขั้นตอนปฐมพยาบาล "เด็กติดในรถ"

สพฉ.แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเด็กติดในรถ หากพบเหตุให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 หากพบเด็กไม่หายใจให้รีบทำ CPR ระบุวิธีที่จะช่วยให้เด็กปลอดภัยที่สุด คือสอนให้เด็กหัดเปิดล็อกประตูรถ บีบแตร เปิดกระจก เพื่อตะโกนขอความช่วยเหลือ เตือนคุณครูจัดทำเช็กลิสต์เด็ก

วันนี้ (16 พ.ค.2562) ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหงชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า จากรณีที่กรมควบคุมโรค ออกคำเตือนให้ผู้ปกครอง และคุณครูระวังกรณีเด็กติดในรถเพราะเป็นช่วงที่เด็กๆจะเปิดเทอมแล้ว ซึ่งเรื่องเด็กติดในรถไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวไหน แต่อยากให้ทุกๆคนเรียนรู้วิธีในการช่วยเหลือ หากพบเห็นเด็กติดในรถ เมื่อต้องเจอเหตุการณ์จริง จะได้ช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี ระบุอย่างชัดเจนว่า เด็กที่ติดในรถส่วนใหญ่ ไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ แต่เสียชีวิต เพราะอากาศที่อยู่ในรถมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น

โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที อุณหภูมิในรถจะเพิ่มสูงขึ้นจนเด็กไม่สามารถอยู่ได้ ยิ่งนานเกิน 10 นาที ร่างกายของเด็กจะแย่ และภายใน 30 นาที เด็กอาจหยุดหายใจ และอวัยวะทุกอย่างหยุดทำงานจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดังนั้นหากท่านพบเห็นเหตุการณ์เด็กติดอยู่ในรถ แล้วเด็กหมดสติหรือหยุดหายใจ สิ่งแรกที่ท่านจะต้องทำคือโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาทำการช่วยเหลือเด็กให้ได้อย่างทันท่วงที และในระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ ให้รีบเข้าทำการช่วยเหลือ โดยนำเด็กออกมาจากรถ และนำไปอยู่บนพื้นราบที่อากาศปลอดโปร่ง พร้อมกับทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) เบื้องต้นในเด็กทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เตือนซ้ำรอย เปิดเทอม "ลืม" นักเรียนในรถ

 

เปิดขั้นตอนปฐมพยาบาลเด็กติดในรถ


เลขาธิการ สพฉ.กล่าวว่า การทำ CPR ในเด็กเล็กจะแตกต่างกับการทำ CPR ในผู้ใหญ่เล็กน้อย โดยมีขั้นตอนการทำ CPR เด็กเล็กมีดังนี้ เมื่อปลุกเรียกแล้วสังเกตว่าเด็กส่งเสียงหรือเคลื่อนไหวหรือไม่ ถ้าไม่ตอบสนอง ไม่เคลื่อนไหว ให้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทันที โดยให้คนที่อยู่ใกล้ๆ รีบไปโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ต้องรีบประเมินเด็กทันทีว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ ถ้าเด็กไม่หายใจให้รีบทำการช่วยฟื้นคืนชีพทันที

โดยรีบนำเด็กลงมาวางบนพื้นราบแข็ง วางส้นมือข้างหนึ่งไว้ตรงกึ่งกลางหน้าอกระดับแนวราวนมแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งวางบนหน้าผากของเด็ก พยายามให้เด็กหงายหน้าขึ้น เพื่อเปิดทางเดินหายใจ ทำการกดหน้าอก 30 ครั้ง

โดยกดให้ลึกลงไปประมาณ 1/3 ของความหนาของหน้าอก การกดแต่ละครั้งต้องต่อเนื่อง อัตราเร็วประมาณ 100-120 ครั้งต่อนาที สลับกับการช่วยหายใจ โดยการกดหน้าผาก เชยคาง บีบจมูก ประกบปากให้สนิทแล้วเป่าลมเข้าไป 2 ครั้ง ให้ทำสลับกันเช่นนี้ต่อไปจนครบ 5 รอบหรือนานประมาณ 2 นาที แล้วประเมินซ้ำทุกๆ 5 รอบหรือ 2 นาทีว่าเด็กกลับมาหายใจได้เองหรือไม่ ถ้ายังไม่หายให้ทำต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุด จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึงและเข้ามาให้ความช่วยเหลือและนำเด็กส่งต่อไปยังโรงพยาบาล


สิ่งที่จะช่วยให้เด็กรอด และปลอดภัยที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่หรือคุณครูจะต้องดูแลเด็กๆ ให้ดี หากทำได้อยากให้พ่อแม่หรือคุณครูสอนเด็กๆ ให้รู้จักการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถ เช่น สอนการเปิดกระจกรถ การปลดล็อกรถ การบีบแตรรถให้มีเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือ

และย้ำว่าเราไม่ควรปล่อยเด็กไว้ในรถตามลำพัง ถึงแม้จะแง้มกระจกรถไว้ก็ไม่ควรทำทุกกรณี เมื่อท่านจะต้องลงจากรถเพื่อไปทำธุระก็ควรนำเด็กลงไปด้วย และคุณครูก็ควรจัดทำรายชื่อของเด็กที่ขึ้นมาในรถ และก่อนลงรถควรเช็กรายชื่อของเด็กๆ ทุกคนดูอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเด็กลงจากรถครบแล้วทุกคนหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เด็กติดในรถเกิดขึ้นอีก 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจ 3,000 นาย ดูแลจราจรรับเปิดเทอม

ผู้ปกครองเรียกร้องผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนเข้มงวดขึ้น หลังเด็กเสียชีวิตในรถตู้

 

 

กลับขึ้นด้านบน