เลือกตั้ง 2562 : เล็งใช้ศูนย์ประชุม TOT ประชุมสภา ค่าเช่า 14 ล้าน

เลือกตั้ง 2562 : เล็งใช้ศูนย์ประชุม TOT ประชุมสภา ค่าเช่า 14 ล้าน

เลือกตั้ง 2562 : เล็งใช้ศูนย์ประชุม TOT ประชุมสภา ค่าเช่า 14 ล้าน

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : เล็งใช้ศูนย์ประชุม TOT ประชุมสภา ค่าเช่า 14 ล้าน

เลขาธิการ สำนักงานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า เตรียมลงนามสัญญาเช่าศูนย์การประชุม บ.ทีโอที ซึ่งจะให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. ระบุมีความพร้อมที่สุด รองรับได้ 660 คน

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า เตรียมที่จะลงนามสัญญาเช่าศูนย์การประชุมบริษัททีโอที ซึ่งจะให้มีผลตั้งแต่ 22 พ.ค.โดยย้ำว่า ทีโอทีมีความพร้อมค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุดหลังจากได้ดูสถานที่มาแล้ว 14 แห่ง ซึ่งที่ทีโอทีสามารถรองรับได้ 660 คน โดยการประชุม ส.ส.มีสมาชิก 500 คน และการประชุมวุฒิสภามีสมาชิก 250 คน

เลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับว่า ระบบการลงคะแนนค่อนข้างมีปัญหา ดังนั้นวิธีการโหวตจะใช้แบบธรรมดาคือการโหวตยกมือ หรือการลงคะแนนลับเป็นการเขียนชื่อใส่ซอง ก่อนจะย้ำว่าได้เตรียมเท่าที่ดีที่สุดจากสถานที่ที่ทำได้

นายสรศักดิ์ เปิดเผยว่า งบประมาณที่ใช้ในการเซ็นสัญญาเช่าสถานที่ เป็นวงเงิน 14 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งงบประมาณไว้ 11 ล้านบาท เนื่องจากสำนักงานฯได้ขอขยายเพิ่มเติมความต้องการในการใช้อุปกรณ์ แต่ทั้งนี้ยังคงยึดหลัก "สิ่งจำเป็น เหมาะสม และประหยัด"

ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีขึ้นหลังจากการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา ซึ่งกระบวนการโหวตนายกรัฐมนตรีตามข้อบังคับการประชุมต้องลงคะแนนโดยเปิดเผยซึ่งรายละเอียดมีแนวทางที่เตรียมไว้แล้ว แต่ทั้งนี้จะต้องนำเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภาทำหน้าที่รองประธานรัฐสภา ให้ความเห็นชอบ และขอนโยบายว่าจะเห็นด้วยกับสิ่งที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เตรียมไว้ หรือหากเห็นว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากที่จอดรถอาจไม่เพียงพอ หรือห้องประชุมคับแคบ หาากต้องการให้สำนักงานฯหาสถานที่ใหม่ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม

เลขาธิการ สำนักงานสภาผู้แทนราษฎ ยืนยันว่า สามารถหาสถานที่ใหม่ในการประชุมโหวตนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งได้เตรียมทางเลือกเป็นหอประชุมที่ศูนย์ประชุมวัฒนธรรม ซึ่งสามารถรองรับได้มากถึง 1,500 คน ส่วนสถานที่จอดรถก็เพียงพอ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ไม่อึดอัดไม่แน่นหนาจนเกินไป แต่ทั้งนี้ท้ายที่สุดผู้ที่ตัดสินใจคือประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภา

ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีกระบวนการจะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 272 กำหนดไว้ให้นำบัญชีนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่เสนอชื่อต่อ กกต. ก่อนการเลือกตั้ง และพรรคนั้นต้องมี ส.ส.จำนวน 25 คน ซึ่งวิธีการลงคะแนนจะเป็นไปโดยเปิดเผยใช้วิธีที่ผ่านมา คือการขานชื่อสมาชิกเรียงตามลำดับตัวอักษรผสมกันทั้ง 2 สภา ซึ่งเสียงที่เลือกต้องมากกว่า 376 เสียงตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ทั้งนี้ ผู้ที่จะร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาจะต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแต่ละสภาแห่งตนก่อนเท่านั้นหากไม่ปฏิญาณตนก็จะไม่สามารถร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้

ส่วนการประชุมครั้งสำคัญ 3 ครั้ง คือ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประชุมวุฒิสภา การประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ติดตาม โดย เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรขอความร่วมมือสมาชิกให้แต่งกายสุภาพ โดยไม่ได้มีหลักเกณฑ์ใดใดหรือข้อห้ามผู้ชายแต่งกายเป็นหญิง หรือว่าผู้หญิงแต่งกายเป็นชาย เพียงแต่ขอให้แต่งกายอยู่ในกรอบความสุภาพ เรียบร้อย

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ย้ำถึงความพร้อมของการเตรียมจัดการประชุม โดยยอมรับว่า การทำงานอาจจะไม่ถูกใจใครทั้งหมด แต่ยืนยันจะทำอย่างดีที่สุด ก่อนจะกล่าวถึงผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้การประชุมสภาไม่วุ่นวายคือประธานและรองประธาน โดยเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของประธานและรองประธานจะสำคัญมากกว่าเจ้าที่เพราะต้องควบคุมการประชุมสภาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประธานและรองประธานต้องวางตัวเป็นกลางในการปฎิบัติหน้าที่

กลับขึ้นด้านบน