ไบโอไทยจับตา อย.เล็งนำเข้า "ยากัญชา" จากบริษัทต่างชาติ

ไบโอไทยจับตา อย.เล็งนำเข้า "ยากัญชา" จากบริษัทต่างชาติ

ไบโอไทยจับตา อย.เล็งนำเข้า "ยากัญชา" จากบริษัทต่างชาติ

รูปข่าว : ไบโอไทยจับตา อย.เล็งนำเข้า "ยากัญชา" จากบริษัทต่างชาติ

ไบโอไทยแนะประชาชนจับตากรณี อย.เตรียมนำเข้ายากัญชาจากบริษัทต่างชาติ ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นยารักษาโรคปวดเรื้อรังและโรคลมชัก ขณะที่ อย.ชี้แจงการนำเข้าเป็นตัวเลือกสุดท้าย หากผลิตในประเทศไม่เพียงพอช่วงรอยต่อ

วันที่ 23 พ.ค.2562 มูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมอนุญาตนำเข้ายากัญชาจากบริษัทยาต่างชาติ โดยไบโอไทยคาดว่า ยาที่ อย.จะอนุญาตนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นยารักษาโรคปวดเรื้อรังและโรคลมชักของบริษัทหนึ่ง ซึ่งยื่นขอรับสิทธิบัตรกัญชา แต่ถูกเพิกถอนไป

อย.ย้ำนำเข้าแค่ช่วงรอยต่อ

ด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. ชี้แจงว่า จากข้อมูลผู้มาแจ้งครอบครองมีประมาณ 22,000 คน ร้อยละ 90 แจ้งว่าเป็นผู้ป่วย เบื้องต้นน่าจะประมาณ 2,000-3,000 คน ที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเร่งด่วน อย.จึงมีมาตรการในการจัดหาน้ำมันกัญชามาใช้ในระยะรอยต่อที่ประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตน้ำมันกัญชาได้เอง หรือมีไม่เพียงพอ

มาตรการแรก คือ นำกัญชาของกลางจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่ยังไม่ได้มีการคัดเกรด ส่งไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อหาการปนเปื้อนของโลหะหนัก หรือยาฆ่าแมลงต่าง ๆ หากไม่พบ หรืออยู่ในระดับที่รับได้ จะให้หน่วยงานที่มีความสามารถนำไปสกัดออกมาใช้ มาตรการต่อมา คือ อย.ได้รับบริจาคน้ำมันกัญชามาจำนวนหนึ่ง และยังมีรายงานจากต่างจังหวัดว่า มีน้ำมันกัญชาของกลางอีกจำนวนหนึ่ง แต่ต้องตรวจสอบความปลอดภัย คาดว่า ผลจะออกมาภายในเดือนนี้ หากใช้ได้จะมีน้ำมันกัญชาที่ได้จากในประเทศเพียงพอ โดยไม่ต้องมีการนำเข้า

 

ก่อนหน้านี้ องค์การเภสัชกรรม เคยนำกัญชาของกลางมาตรวจแล้วพบการปนเปื้อนโลหะหนักและสารเคมีต่าง ๆ ในปริมาณที่เป็นอันตรายจนไม่สามารถเอามาผลิตได้ จึงอาจจะใช้แนวทางนำเข้า ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะให้องค์การเภสัชกรรม หรือสภากาชาดไทยเป็นผู้นำเข้า เนื่องจาก 2 หน่วยงานนี้ เป็นหน่วยงานที่มีการนำเข้ายาจำเป็นมาใช้ในประเทศ แต่เป็นการนำเข้าระยะสั้นช่วงรอยต่อ หากผลิตได้เองก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้า คาดว่าภายในปีนี้ไทยสามารถผลิตได้เองอย่างเพียงพอ

สำหรับมาตรการเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่วางไว้ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนั้นที่หลายคนห่วงว่าบริษัทต่างชาติจะเข้ามาจึงไม่จริง เพราะหากบริษัทยาต่างชาติจะเข้ามาขาย ต้องผ่านหน่วยงานรัฐเป็นคนขอและต้องมีการมาขออนุญาตขึ้นทะเบียนยาที่มีคณะกรรมการกลั่นกรองหลายขั้นตอน

เล็งพัฒนากัญชารักษามะเร็งครบวงจร

ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำเรื่องสั่งจ่ายและการใช้กัญชาทางการแพทย์ หลังเกิดปัญหาคนทดลองใช้กัญชาจนเกิดอาการวูบ หัวใจเต้นเร็ว โดยอยากให้ทำความเข้าใจกับประชาชน และผู้ที่ใช้ว่าควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ที่ให้การรักษาอยู่ร่วมด้วย เนื่องจากองค์ความรู้ของการใช้กัญชา ยังไม่แน่ชัดถึงความเหมาะสมในการใช้ ทำให้บางคนมีผลข้างเคียงจากฤทธิ์ของกัญชา

การอบรมเรื่องกัญชาของกรมการแพทย์ เน้นแนวทางรักษาแบบประคับประคอง ส่วนในอนาคตจะพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งให้รักษาแบบบูรณาการแบบครบวงจร ควบคู่กับยาสมุนไพรเพื่อเปิดกว้าง ลดปัญหาคนไข้ใช้สมุนไพรแล้วไม่กล้าปรึกษาแพทย์

 

กลับขึ้นด้านบน