"พุทธิพงษ์" ชี้เสียงโหวตประธานสภาฯ สะท้อนพันธมิตรร่วมรัฐบาล

"พุทธิพงษ์" ชี้เสียงโหวตประธานสภาฯ สะท้อนพันธมิตรร่วมรัฐบาล

"พุทธิพงษ์" ชี้เสียงโหวตประธานสภาฯ สะท้อนพันธมิตรร่วมรัฐบาล

รูปข่าว : "พุทธิพงษ์" ชี้เสียงโหวตประธานสภาฯ สะท้อนพันธมิตรร่วมรัฐบาล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่ามติโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นสัญญาณดีและสะท้อนให้เห็นพันธมิตรที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าเป็นเสียงข้างมากในสภาฯ

วันนี้ (26 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเดินสายพูดคุยกับพรรคการเมืองเพื่อเทียบเชิญร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า จะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้ โดยมติการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนให้เห็นพันธมิตรจะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลชัดเจนและพร้อมเพรียง ทั้งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคการเมืองอื่นๆ

พร้อมยืนยันว่า เสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคตเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีอย่างน้อย 251 เสียงและเชื่อว่าอาจจะมีมากกว่านั้น แม้ว่าจะมีข้อกังวลจากบางฝ่ายเรื่องเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งตัวเลขของเมื่อวานนี้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้ว ซึ่งจำนวนเสียงที่โหวตเลือกประธานสภาฯ เมื่อวานนี้มาจากการพูดคุยกับพรรคที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้นจึงไม่กังวลเรื่องเสียงปริ่มน้ำ นอกจากนี้ยังย้ำว่าจะใช้เสียงข้างมากในการบริหารประเทศ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสืบทอดอำนาจและเผด็จการ เพราะท้ายที่สุดก็ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาแล้ว จึงอยากขอให้ร่วมมือกันเพื่อเดินหน้าประเทศไทย โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุมเลือกรองประธานสภาฯ จะประเมินอีกครั้งเรื่องการเดินสายเชิญพรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก่อนจะเปิดแถลงข่าวต่อไป

ส่วนเรื่องการจัดสรรโควตารัฐมนตรีระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ทำเป็นขั้นเป็นตอน โดยหลังจากโหวตเลือกตำแหน่งประธานสภาฯ แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรอการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาฯ จากนั้นรอการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี

นายพุทธิพงษ์ยังปฎิเสธว่า ข้อสังเกตจากแกนนำพรรคบางคนที่ยอมรับว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นจริงในพรรค โดยสะท้อนจากเสียงโหวตเลือกประธานสภาฯ ที่มีการโหวตผิดโหวตถูก โดยอธิบายว่าเป็นขั้นตอนการลงคะแนนและเป็นวิธีในการรวมคะแนน ถือว่ามีความสำคัญหลังจากที่มีการพูดคุยกับพรรคแนวร่วม และถือว่าเป็นการตรวจสอบคะแนนเพื่อให้ให้เกิดความชัดเจน เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามที่พรรคพูดคุยไว้ทุกอย่าง ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นไปตามที่คาดไว้คือเสียงข้างมากในสภา

กลับขึ้นด้านบน