รอดูท่าที ! "คิงส์เกต" จ่อเจรจารัฐบาลใหม่ทบทวนปิดเหมืองทอง

รอดูท่าที ! "คิงส์เกต" จ่อเจรจารัฐบาลใหม่ทบทวนปิดเหมืองทอง

รอดูท่าที ! "คิงส์เกต" จ่อเจรจารัฐบาลใหม่ทบทวนปิดเหมืองทอง

รูปข่าว : รอดูท่าที ! "คิงส์เกต" จ่อเจรจารัฐบาลใหม่ทบทวนปิดเหมืองทอง

ตัวแทนเหมืองทองอัครา เตรียมเจรจากับรัฐบาลใหม่ เพื่อขอทบทวนหลังถูกสั่งปิดเมื่อ 1 ม.ค.2560 โดยอ้างผลกระทบต่อสุขภาพ-สิ่งแวดล้อมของชาวบ้าน ยืนยันหากคิงส์เกต จะลงทุนในไทยต่อต้องไม่ถูกรัฐบาลสั่งปิดโดยไร้ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

วันนี้ (12 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นอภิปรายคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี ระหว่างรัฐสภาจะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี คือการพาดพิงถึงการออกคำสั่งปิดเหมืองทองอัครา จนนำไปสู่การฟ้องร้องอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งในเดือน พ.ย.นี้จะมีกระบวนการนำเสนอข้อมูลต่อสู้กันอีกครั้ง

ตอนนี้เมื่อมีรัฐบาลใหม่ มีรายงานว่าบริษัทเอกชนผู้ประกอบกิจการเหมืองอัครา ต้องการเจรจาเพื่อหาทางยุติข้อพิพาท โดยต้องการเจรจาโดยตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน

 

นายสิโรจ ประเสริฐผล กรรมการ บริษัทอัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงข้อพิพาทกรณี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งปิดเหมืองอัคราว่า บริษัทกำลังติดตามความชัดเจนว่าบุคคลใดจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ เพื่อขอหารือในรายละเอียด และนำไปสู่การยุติการฟ้องร้องที่เกิดขึ้น

ซึ่งเงื่อนไขของการเจรจา จะต้องมีทั้งประเด็นการชดเชยความเสียหายให้กับเหมืองอัครา ตลอดเวลาที่ถูกสั่งปิด และการให้ข้อยืนยันว่า หากบริษัทคิงส์เกต จะลงทุนในไทยต่อไปต้องไม่ถูกรัฐบาลสั่งปิดโดยไร้ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เช่นในปัจจุบัน

บริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องรัฐบาลไทย เข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย หลังข้อเรียกร้องให้ยุติคำสั่งระงับประกอบกิจการและขอค่าชดเชย กรณีสั่งปิดเหมืองทองอัครา ที่จังหวัดพิจิตร ไม่ได้รับการตอบรับ

 

 

มีรายงานว่ากระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ที่สิงคโปร์ ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยในเดือนพ.ย.นี้ ทั้ง 2 ฝ่าย จะนำเสนอข้อมูลหลักฐานในการต่อสู้คดีอีกครั้งหนึ่ง

มีรายงานการประเมินตัวเลขความเสียหายของเหมืองทองอัครา โดยวัดจากปริมาณสำรองแร่ทอง คิดเป็นวงเงินปริมาณ 37,020 ล้านบาท และแร่เงิน อีกประมาณ 3,984 ล้านบาท ที่จะสามารถผลิตได้ในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า รวมมูลค่า 41,004 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเสียหายอื่น เช่น การเยียวยาพนักงานที่ได้รับผลกระทบ

รัฐบาล คสช.โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชน ออกคำสั่งตามมาตรา 44 ระงับกิจการเหมืองทอง ของบริษัท อัครา รีซอสเซส ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560 โดยอ้างผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมของประชาชนรอบเหมือง แต่บริษัทยืนยันว่า การดำเนินกิจการไม่ได้เป็นสาเหตุของผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน พร้อมร้องขอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันผลกระทบที่เกิดขึ้น 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 ม.44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา พนักงานถูกเลิกจ้างกว่า 1 พันคน ร้องรัฐบาลช่วย

 

 

กลับขึ้นด้านบน