ชาวนาสิงห์บุรี-อ่างทอง ร้องรัฐจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายจากคำสั่งให้หยุดสูบน้ำเข้านา

ชาวนาสิงห์บุรี-อ่างทอง ร้องรัฐจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายจากคำสั่งให้หยุดสูบน้ำเข้านา

ชาวนาสิงห์บุรี-อ่างทอง ร้องรัฐจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายจากคำสั่งให้หยุดสูบน้ำเข้านา

รูปข่าว : ชาวนาสิงห์บุรี-อ่างทอง ร้องรัฐจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายจากคำสั่งให้หยุดสูบน้ำเข้านา

ชาวนาสิงห์บุรี-อ่างทอง ร้องรัฐจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายจากคำสั่งให้หยุดสูบน้ำเข้านา รัฐบาลขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดสูบน้ำอย่างเด็ดขาดเป็นเวลา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันนี้วันแรก (18 ก.ค.2558) เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค พบว่าเกษตรกรให้ความร่วมมือ โดยมีทหารและเจ้าหน้าที่ชลประทานลงพื้นที่ขอความร่วมมือตลอดทั้งวันในหลายพื้นที่ เช่น จ.สิงห์บุรี และ จ.อ่างทอง แต่เกษตรกรได้เรียกร้องให้ รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคำสั่งห้ามเกษตรกรใช้น้ำในครั้งนี้

ร.ต.อนันท์ สกุลกลาง หัวหน้าชุดประสานงานกองพันที่ 6 ซึ่งลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านในจ.สิงห์บุรี กล่าวว่าชาวนาส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี แต่บางส่วนตั้งคำถามว่าเหตุใดก่อนหน้านี้รัฐบาลจึงให้พวกตนปลูกข้าวได้ แต่มาตอนนี้มีคำสั่งห้ามสูบน้ำเข้านา

"เราเห็นใจชาวนาจริงๆ แต่ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้เราต้องสำรองน้ำเพื่อการอุปโภคอุปโภคเป็นอันดับแรก" ร.ต.อนันท์กล่าว

นายสุพจน์ ผมทอง อบต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่ารัฐบาลควรมีมาตรการชดใช้เยียวยาให้เหมาะสมกับเงินที่ชาวนาลงทุนไปในการปลูกข้าว ซึ่งต้นทุนการทำนาของเกษตรอยู่ที่ 4,500 บาทต่อไปเป็นอย่างต่ำ ตนอยากให้รัฐบาลให้ชาวนาทั่วประเทศ

"ชาวนามีความยากลำบากมาก นอกจากจะสู้กับปัญหาภัยแล้ง ยังต้องสู้กับปัญหาราคาข้าวและปัญหาอื่นๆ แล้วยังต้องมาขาดทุนในครั้งนี้อีก"

นอกจากผลกระทบต่อชาวนาแล้ว ภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นยังกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างตลอดริมฝั่งแม่น้ำน้อยซึ่งเกิดการทรุดตัว บ้านเรือนและอาคารริมตลิ่งแม่น้ำน้อย ใน ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี บางส่วนเกิดการแตกร้าว ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากระดับน้ำที่ลดลงในช่วงหน้าแล้งทำให้ตลิ่งทรุดตัวจนส่งผลถึงตัวบ้าน และเมื่อคณะรัมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2558 ให้ลดการระบายน้ำจากเขื่อนหลัก 4 แห่งในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำยิ่งกังวลว่าตลิ่งจะทรุดตัวเพิ่มอีก


กลับขึ้นด้านบน