สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอจัดซื้อปืนสวัสดิการตรงกับบริษัท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอจัดซื้อปืนสวัสดิการตรงกับบริษัท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอจัดซื้อปืนสวัสดิการตรงกับบริษัท

รูปข่าว : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอจัดซื้อปืนสวัสดิการตรงกับบริษัท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอจัดซื้อปืนสวัสดิการตรงกับบริษัท ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอขออนุมัติจัดซื้อปืนสวัสดิการข้าราชการตำรวจโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตในแบบไม่ผ่านนายหน้า ทำให้ได้ราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด และเชื่อว่าจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล หลังจากตำรวจส่วนใหญ่ออกมาสะท้อนถึงความจำเป็นของอาวุธปืน และส่วนหนึ่งต้องการซื้อปืนเป็นของตัวเอง แต่ติดที่ปืนมีราคาสูง

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันการส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อขออนุญาตสั่งและนำเข้าปืนตามโครงการจัดหาอาวุธปืนพกสั้น เพื่อเป็นสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ และเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2558 พล.ต.อ.สมยศ ได้มีหนังสือให้ทุกกองบัญชาการทำการสำรวจผู้สนใจสั่งซื้อ โดยระบุว่าจะสามารถซื้อปืนสวัสดิการได้ในราคากระบอกละ 18,000 บาท
 
การเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ ของนายอมาโร กอนคาลเวส รองประธานบริษัทซิกซาวเออร์ ผู้ผลิตปืนจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นสิ่งยืนยันถึงข้อตกลงในการเจรจา ซึ่งมีรายงานว่าการจัดซื้อปืนสวัสดิการยี่ห้อซิกซาวเออร์ รุ่นพี320 ขนาด 9 มิลลิเมตร บริษัทซิกซาวเออร์จะขายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในราคา 18,000 บาท จากราคาปกติ 70,000 บาท เพราะเป็นการซื้อตรงโดยไม่ผ่านนายหน้าหรือคนกลาง
 
พล.ต.อ.สมยศ ยังยืนยันความจำเป็นในการซื้อปืนดังกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง พบว่าปืนสวัสดิการไม่มีประสิทธิภาพ
 
จากการสำรวจความต้องการของตำรวจที่ต้องการซื้อปืนพบว่ามีตำรวจทั่วประเทศกว่า 152,460 นาย แสดงความจำนงในการซื้อ ซึ่งทุกนายล้วนใช้เงินส่วนตัว เพื่อซื้อปืนเป็นอาวุธประจำกายในการปฏิบัติหน้าที่ แทนการเบิกปืนจากส่วนกลางไปใช้
 
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังเปิดเผยว่าที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยทำหนังสือไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อขอลดหย่อนภาษีของอาวุธปืน ซึ่งมีมูลค่าร้อยละ 30 ของราคาปืน แต่กระทรวงการคลังตอบกลับมาว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นภาษีส่วนบุคคล ส่งผลให้ปืนยังมีราคาแพง
 
จะเห็นได้ว่าการจัดหาปืนสวัสดิการตำรวจครั้งนี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนของทางราชการ ทั้งจัดซื้อจัดจ้างด้วยกรณีพิเศษหรือการประกวดราคา แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา และคาดว่านายกรัฐมนตรีจะเห็นชอบด้วย


กลับขึ้นด้านบน