ศาลฎีกาพิพากษาแก้ยกฟ้องมือยิงเหยื่อศัลยกรรมความงามย่านดอนเมือง เหตุโจทก์-พยาน ระบุรูปพรรณคนลงมือไม่ได้

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ยกฟ้องมือยิงเหยื่อศัลยกรรมความงามย่านดอนเมือง เหตุโจทก์-พยาน ระบุรูปพรรณคนลงมือไม่ได้

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ยกฟ้องมือยิงเหยื่อศัลยกรรมความงามย่านดอนเมือง เหตุโจทก์-พยาน ระบุรูปพรรณคนลงมือไม่ได้

รูปข่าว : ศาลฎีกาพิพากษาแก้ยกฟ้องมือยิงเหยื่อศัลยกรรมความงามย่านดอนเมือง เหตุโจทก์-พยาน ระบุรูปพรรณคนลงมือไม่ได้

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ยกฟ้องมือยิงเหยื่อศัลยกรรมความงามย่านดอนเมือง เหตุโจทก์-พยาน ระบุรูปพรรณคนลงมือไม่ได้ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง 2 จำเลย ถูกฟ้องคดีร่วมยิงนางระวีวรรณ ผู้เสียหายร้องเรียนการทำศัลยกรรมจากสถาบันความงามย่านดอนเมือง เหตุโจทก์-พยานไม่สามารถระบุรูปพรรณหรือจำหน้าผู้ก่อเหตุได้ในชั้นสอบสวน

วันนี้ (17 ส.ค. 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่อัยการยื่นฟ้อง นายจตุรงค์ เบญกุล และนายประกอบ สีนาค กรณีร่วมกันใช้ปืนยิงนางระวีวรรณ เสตะรัต ผู้เสียหายจากการทำศัลยกรรมสถาบันเสริมความงามในเขตดอนเมืองเสียชีวิต หน้าบ้านพักย่านแฮปปี้แลนด์ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2550 ซึ่งนายเจตษฎา วิวัฒนานุกูล บุตรชายนางระวีวรรณ เสตะรัต เข้าร่วมรับฟัง

โดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนายจตุรงค์และนายประกอบ เนื่องจากโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอจะรับฟังได้ว่าทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกนายจตุรงค์ตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากมีประจักษ์พยานยืนยันว่าเห็นนายจตุรงค์ และจดจำใบหน้าได้ชัดเจนว่าเป็นผู้ยิงนางระวีวรรณ ส่วนนายประกอบศาลพิพากษายืนยกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ขณะที่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ร่วมเบิกความระบุว่าเห็นนายจตุรงค์ยิงนางระวีวรรณ แต่ในชั้นสอบสวนกลับไม่ได้ระบุถึงตำหนิรูปพรรณที่บ่งชี้ว่าสามารถจำหน้าผู้ก่อเหตุได้จริงหรือไม่ และพยานโจทก์ร่วมเบิกความว่าไม่มั่นใจว่าผู้ก่อเหตุคือนายจตุรงค์หรือไม่ พยานโจทก์ยังมีข้อสงสัยจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย จึงพิพากษาแก้ยกฟ้องนายจตุรงค์ ส่วนนายประกอบศาลฎีกาพิพากษายืนยก

นายเจตษฎากล่าวภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จว่า คงต้องปล่อยคดีไป ศาลตัดสินอย่างไรขอเคารพคำพิพากษา ส่วนตัวขอให้เป็นเคสศึกษาว่าผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตโดยที่จับใครไม่ได้

            

“หากจะทำอะไรต่อจากนี้คงต้องปรึกษาครอบครัว ส่วนตัวผมอยากปล่อยแล้วเพราะขนาดช่วงคดีใหม่ๆ เรายังแพ้ ต่อให้รื้อฟื้นไปงัดหลักฐานอะไรมาก็คงไม่มีประโยชน์ ยอมรับว่าเหนื่อยเพราะสู้มาตั้งแต่อายุ 20 กว่า ผ่านไปแล้ว 8 ปี แต่เพราะเป็นชีวิตของแม่ก็ต้องลุย ซึ่งยอมรับว่าลุยได้แค่นี้เพราะเป็นแค่เด็กคนนึง” บุตรชายนางระวีวรรณระบุ


กลับขึ้นด้านบน