รู้จัก "ไครโยนิก" ปฏิบัติการแห่งความหวัง รอเทคโนโลยีโลกอนาคตชุบชีวิตหลังความตาย

รู้จัก "ไครโยนิก" ปฏิบัติการแห่งความหวัง รอเทคโนโลยีโลกอนาคตชุบชีวิตหลังความตาย

รู้จัก "ไครโยนิก" ปฏิบัติการแห่งความหวัง รอเทคโนโลยีโลกอนาคตชุบชีวิตหลังความตาย

รูปข่าว : รู้จัก "ไครโยนิก" ปฏิบัติการแห่งความหวัง รอเทคโนโลยีโลกอนาคตชุบชีวิตหลังความตาย

รู้จัก จากกรณีที่พ่อแม่ ด.ญ.เมทรินทร์ เนาวรัตน์พงษ์ หรือ "น้องไอนส์" ตัดสินใจอุทิศร่างลูกสาวที่เสียชีวิตจากมะเร็งในสมองให้กับโครงการทดลองเก็บรักษาร่างกายในอุณหภูมิเย็นจัด หวังให้ลูกสาวกลับมามีชีวิตอีกครั้งเมื่อการแพทย์ก้าวหน้า "ไทยพีบีเอสออนไลน์" ได้สืบค้นข้อมูลเรื่องการแช่แข็งร่างมนุษย์และพบว่าปัจจุบันนี้มีหลายองค์กรและมูลนิธิ รวมทั้งสถาบันการศึกษาในต่างประเทศให้ความสนใจการแช่แข็งร่างกายมนุษย์ ซึ่งกำลังทำการวิจัยวิธีการต่างๆ ในการเก็บรักษาร่างกายมนุษย์ให้สมบูรณ์ที่สุด

การเก็บรักษาร่างกายหลังเสียชีวิตในอุณหภูมิที่เย็นจัด (Cryonic Body Preservation) คือการรักษาสภาพร่างกายหลังเสียชีวิตด้วยโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ในปัจจุบันไว้ภายใต้อุณหภูมิเย็นจัด จนสามารถหยุดการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างให้อยู่ในสภาพเดิม โดยสันนิษฐานว่า เมื่อการแพทย์มีความก้าวหน้าขึ้นในอนาคต ก็จะหาทางรักษาโรคนั้นและทำให้ผู้ป่วยฟื้นจากความตายได้

กระบวนการ Cryonic นั้น เริ่มต้นจากการที่ผู้ที่ต้องการแช่แข็งร่างตนเองหลังจากเสียชีวิตแจ้งความจำนงกับองค์กรหรือมูลนิธิที่ให้บริการเก็บรักษาร่างกาย เมื่อแพทย์ประกาศว่าเสียชีวิตแล้วตามกฎหมาย จะมีการแจ้งไปยังองค์กรหรือมูลนิธินั้นๆ ให้ส่งเจ้าหน้าที่มารับร่างผู้เสียชีวิตโดยเร็ว เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงจะเร่งลดอุณหภูมิร่างกาย จากนั้นใส่ปอดและหัวใจเทียม และผ่าตัดเปิดเส้นเลือดเพื่อนำเลือดในร่างกายออกให้หมด แล้วแทนที่ด้วยสารรักษาอวัยวะในร่างกาย (แบบเดียวกับสารรักษาอวัยวะผู้บริจาค) ทางหลอดเลือดดำ และนำส่งไปยังองค์กรหรือมูลนิธิเพื่อผ่าตัดเปิดเส้นเลือดแล้วแทนที่ด้วยสารต้านการแข็งตัวความเข้มข้นสูง เพื่อไม่ให้เซลล์ร่างการและอวัยวะเสียหายระหว่างการแช่แข็ง ขณะเดียวกันก็ลดอุณหภูมิร่างกายลงอย่างช้าๆ จนใกล้จุดเยือกแข็งระหว่างทำหัตถการ

เมื่อทำการผ่าตัดเพื่อใส่สารต้านการแข็งตัวเข้าไปในร่างแล้ว ก็จะนำร่างนั้นมาลดอุณหภูมิให้เย็นลงอีกอย่างช้าๆ ด้วยไอของไนโตรเจนเหลว โดยจะลดลงทีละ 1 องศาเซลเซียสทุก 1 ชั่วโมงจนถึง -130 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกว่า การแช่แข็งแบบปราศจากน้ำในเซลล์ (Vitrification) และขั้นตอนสุดท้าย คือการเคลื่อนย้ายร่างกายลงในถังบรรจุไนโตรเจนเหลวที่เย็นจัดถึง -193 องศาเซลเซียส ซึ่งจะสามารถเก็บไว้ได้นานนับศตวรรษโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เพียงแค่เติมไนโตรเจนเหลวเป็นระยะๆ

สำหรับกรณี "น้องไอนส์" หรือ ด.ญ.เมทรินทร์ เนาวรัตน์พงษ์ ลูกสาวของ ดร.สหธรณ และ ดร.นารีรัตน์ เนาวรัตน์พงษ์ เธอเป็นเด็กหญิงชาวไทยคนแรก และคาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกเก็บรักษาร่างกายในอุณหภูมิเย็นจัด หลังเสียชีวิตจากการต่อสู้กับมะเร็งชนิดร้ายแรงหายากชื่อว่า ependymoblastoma ในสมองซีกซ้าย เธอเข้ารับการผ่าตัดสมองและการผ่าตัดอื่นๆ มากถึง 12 ครั้ง ทำเคมีบำบัด 20 ครั้ง และทำรังสีบำบัด 20 ครั้ง โดยครอบครัวได้นำร่างของเธอให้กับมูลนิธิต่อชีวิตอัลคอร์ (Alcor Life Extension Foundation) รักษาไว้ด้วยวิธีดังกล่าว

มูลนิธิต่อชีวิตอัลคอร์ รับรักษาร่างการมนุษย์ในอุณหภูมิเย็นจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 โดยไม่แสวงหาผลกำไร ร่างกายของผู้ที่เข้ารับการรักษาสภาพโดยการแช่แข็งตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ในรัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ โดยน้องไอนส์เป็นร่างกายลำดับที่ 134 ของมูลนิธิ
 


กลับขึ้นด้านบน