“วิษณุ” ระบุ “คำปรารภ” เขียนภายหลังได้

“วิษณุ” ระบุ “คำปรารภ” เขียนภายหลังได้

“วิษณุ” ระบุ “คำปรารภ” เขียนภายหลังได้

รูปข่าว : “วิษณุ” ระบุ “คำปรารภ” เขียนภายหลังได้

“วิษณุ” ระบุ “คำปรารภ” เขียนภายหลังได้ วันนี้ (26 ส.ค.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกสปช.กลุ่มหนึ่งจะยื่นคำร้องผ่านนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เพื่อส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความไม่สมบูรณ์ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีการส่งมอบกันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลว่า เนื้อหาของร่างฯทั้งหมดไม่มีคำปรารภ

แต่หากประเมินจากทิศทางการให้สัมภาษณ์ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย หรือแม้แต่ประธาน สปช. ผู้รับคำร้องนี้ อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า เรื่องการส่งตีความนี้ อาจถูกระงับไว้เพียงชั้นของการยื่นเท่านั้น ไม่น่าจะถึงศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดทางให้ยื่นตีความได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ในวงงานนั้นไม่สามารถหาคำตอบได้ ดังนั้นถ้าหาคำตอบได้ ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ

เหตุผลที่ว่ามีแนวโน้มระงับการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยความไม่สมบูรณ์ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จับสัญญาณได้จากถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ว่า ต้องพิจารณาเหตุสมควรก่อน เพราะไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่บุรุษไปรษณีย์ ประกอบกับคำยืนยันของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า คำปรารภนั้นสามารถเขียนภายหลังได้

นายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึงกรณีข้อท้วงติงว่ารัฐธรรมนูญไม่มีคำปรารภว่า จำเป็นต้องมีหรือไม่ จำเป็น แต่จำเป็นต้องมีตอนนี้หรือไม่ ไม่จำเป็น ผู้สื่อข่าวถามว่า ปกติก็มีใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีบ้างไม่มีบ้าง แล้วถึงจะมี แต่เมื่อถึงเวลาทูลเกล้าฯถวายก็ต้องมาแก้อะไรกันใหม่ ถ้าเขียนวันนี้ก็ต้องใช้เหตุการณ์เดือนส.ค. แต่รัฐธรรมนูญกว่าจะถวายประมาณเดือนก.พ. เพราะฉะนั้นไปเขียนวันนี้ก็ไปใช้กับเหตุการณ์วันโน้นไม่ได้ เช่นคำปรารภก็ต้องมีประโยคหนึ่งว่า เนื่องจากได้รับความเห็นชอบจากประชามติแล้ว วันนี้ไปเขียนได้ยังไง เขาจึงเขียนเมื่อตอนเสร็จแล้ว มันมีรายละเอียด

เมื่อถามว่า มาเขียนภายหลังได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ มาเติมทีหลัง เหมือนพระราชบัญญัติเมื่อเข้าสภา สภาเขาเห็นชอบมาตรา 1 ถึงมาตราสุดท้าย แต่จะเห็นว่าพระราชบัญญัตินั้นถ้ามีชื่อ ฉบับที่ มันก็มีจุดๆๆ พ.ศ.ก็จุดๆๆ สภาก็ไม่ได้เติมมาให้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อย่างไรก็ตาม สมาชิก สปช. กลุ่มนี้ ก็ยังคงเดินหน้าทำตามแนวทางที่เห็นชอบร่วมกัน นั่นคือการยื่นผ่านประธาน สปช. เพื่อให้ครม.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และจากที่คุยนอกรอบนั้น สมาชิกสปช.กลุ่มนี้ก็รับทราบดี ถึงเหตุแห่งการระงับได้ หากแต่ไม่ติดใจ ถือเป็นดุลยพินิจของผู้ใหญ่

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน