ย้อนเหตุการณ์กลุ่มผู้อพยพไม่ทราบสัญชาติหลบหนีเข้าเมืองเมื่อ มี.ค.57

ย้อนเหตุการณ์กลุ่มผู้อพยพไม่ทราบสัญชาติหลบหนีเข้าเมืองเมื่อ มี.ค.57

ย้อนเหตุการณ์กลุ่มผู้อพยพไม่ทราบสัญชาติหลบหนีเข้าเมืองเมื่อ มี.ค.57

รูปข่าว : ย้อนเหตุการณ์กลุ่มผู้อพยพไม่ทราบสัญชาติหลบหนีเข้าเมืองเมื่อ มี.ค.57

ย้อนเหตุการณ์กลุ่มผู้อพยพไม่ทราบสัญชาติหลบหนีเข้าเมืองเมื่อ มี.ค.57 ย้อนเหตุการณ์กลุ่มผู้อพยพไม่ทราบสัญชาติหลบหนีเข้าเมืองเมื่อเดือน มี.ค.2557 ที่ จ.สงขลา

ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวกลุ่มชาวต่างชาติไม่ทราบสัญชาติกลางป่าสวนยางในพื้นที่รอยต่อของ อ.รัตภูมิ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ทั้งหมด 219 คน ซึ่งทั้งหมดอพยพมาในลักษณะครอบครัวคือมีทั้งเด็ก วัยรุ่นและผู้ใหญ่รวมกัน โดยลักษณะรูปร่างผิวพรรณของชาวต่างชาติกลุ่มนี้ มีลักษณะผสมผสานแบบชาวเอเชียกลาง บางคนมีลักษณะคล้ายชาวจีน ในขณะที่บางคนหน้าตาคล้ายชาวตะวันออกกลาง อีกบางส่วนมีรูปร่างหน้าตาค่อนไปทางชาวยุโรป ในขณะนั้นชาวต่างชาติกลุ่มนี้จะพยายามปกปิดข้อมูลประเทศต้นทางกับเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนองค์กรต่างๆที่พยายามเข้าไปสอบถามข้อมูล ซึ่งแตกต่างกับผู้อพยพกลุ่มอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัวได้ก่อนหน้าซึ่งจะไม่ปิดบังประเทศต้นทางมากนัก

ในขณะนั้นนายจุมพล ชื่นจิตต์ศิริ นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ให้ความเห็นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2557 ว่าความหละหลวมของภาครัฐในการป้องกันบุคคลต่างชาติไม่ให้เข้ามาในประเทศไทยเป็นช่องว่างให้ขบวนการค้ามนุษย์ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการค้าแรงงานข้ามชาติ ซึ่งจำนวนบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้นทั้งในเรื่องจำนวนและเชื้อชาติ ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก

การสอบสวนเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์พบข้อมูลส่วนหนึ่งเชื่อมโยงมาถึงกลุ่มชาวอุยเกอร์ที่หลบหนีเข้าประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2557 และที่สำคัญพบว่าชาวอุยเกอร์กลุ่มนี้หลบหนีเข้าเมืองโดยการชักนำของนายหน้าขบวนการค้ามนุษย์ที่เป็นกลุ่มเดียวกับนายหน้าขบวนการค้ามนุษย์ที่ลักลอบนำชาวโรฮิงญาเข้าสู่ประเทศไทย


กลับขึ้นด้านบน