อธิบดีกรมอนามัยเตือนสูดดมผงหมึก-สารเคมีจากเครื่องถ่ายเอกสารเสี่ยงมะเร็ง

อธิบดีกรมอนามัยเตือนสูดดมผงหมึก-สารเคมีจากเครื่องถ่ายเอกสารเสี่ยงมะเร็ง

อธิบดีกรมอนามัยเตือนสูดดมผงหมึก-สารเคมีจากเครื่องถ่ายเอกสารเสี่ยงมะเร็ง

รูปข่าว : อธิบดีกรมอนามัยเตือนสูดดมผงหมึก-สารเคมีจากเครื่องถ่ายเอกสารเสี่ยงมะเร็ง

อธิบดีกรมอนามัยเตือนสูดดมผงหมึก-สารเคมีจากเครื่องถ่ายเอกสารเสี่ยงมะเร็ง เครื่องถ่ายเอกสารเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในสำนักงานทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมามักจะมีคำถามว่ามีความปลอดภัยกับผู้ใช้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะกับผู้ที่้ต้องทำหน้าที่ถ่ายเอกสารเป็นประจำ และผู้ที่อยู่ในห้องทำงานเดียวกันที่เครื่องถ่ายเอกสารตั้งอยู่ เนื่องจากเครื่องถ่ายเอกสารจะมีแสงจ้าและกลิ่นสารเคมีระเหยออกมา ซึ่งอธิบดีกรมอนามัยระบุว่าหากสูดดมกลิ่นของผงหมึกและสารเคมีมากๆ อาจถึงขั้นเสี่ยงต่อโรคได้ และเตือนว่าผู้ที่ใช้เครื่องถ่ายเอกสารควรป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากาก รวมถึงติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในที่โล่งที่ห่างไกลจากผู้คน

การทำงานในร้านถ่ายเอกสารมานานกว่า 10 ปี ทำให้ น.ส.อริชา เสนาบุตร ยอมรับว่าต้องสูดกลิ่นเหม็นจากผงหมึกพิมพ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ทุกวันนี้จะชินกับกลิ่นดังกล่าวแล้ว แต่ต้องใส่หน้ากากอนามัย เพราะเกรงว่าจะมีผลต่อสุขภาพ
 
นายประพัทธ์ พงษ์เกียรติกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งวิจัยเรื่องมลพิษจากเครื่องถ่ายเอกสาร เปิดเผยว่า นอกจากสารเคมีในผงหมึกแล้ว ส่วนประกอบภายในเครื่องถ่ายเอกสารมีสารเคมีที่เป็นอันตรายเช่นเดียวกัน รวมถึงรังสียูวีจากหลอดไฟฟ้าพลังงานสูงที่เห็นได้ในระหว่างถ่ายเอกสารหากไม่ปิดฝาครอบ
 
นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สารเคมีจากเครื่องถ่ายเอกสาร แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีความร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงาน หรืออยู่ใกล้กับเครื่องถ่ายเอกสารเป็นเวลานาน
 
สำหรับผงหมึกที่ใช้แล้วหรือผงหมึกที่หกตามพื้นในขณะเติมก็อันตรายไม่แพ้กัน โดยอธิบดีกรมอนามัยแนะนำว่าควรจะนำไปกำจัดลงในภาชนะที่ปิดมิดชิดเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีกระจายตัว นอกจากนี้ ผู้ที่ทำงานกับเครื่องถ่ายเอกสารควรได้รับการอบรมการใช้เครื่องอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อสุขภาพในอนาคต


กลับขึ้นด้านบน