สคบ.เผยยอดร้องศัลยกรรม-เสริมความงามพุ่ง จมูกเบี้ยว-ยุบ-อักเสบ-ซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน

สคบ.เผยยอดร้องศัลยกรรม-เสริมความงามพุ่ง จมูกเบี้ยว-ยุบ-อักเสบ-ซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน

สคบ.เผยยอดร้องศัลยกรรม-เสริมความงามพุ่ง จมูกเบี้ยว-ยุบ-อักเสบ-ซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน

รูปข่าว : สคบ.เผยยอดร้องศัลยกรรม-เสริมความงามพุ่ง จมูกเบี้ยว-ยุบ-อักเสบ-ซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน

สคบ.เผยยอดร้องศัลยกรรม-เสริมความงามพุ่ง จมูกเบี้ยว-ยุบ-อักเสบ-ซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เผยยอดร้องเรียนผู้เสียหายจากศัลยกรรม ปี 2558 สูงถึงกว่า 350 คน พบปัญหาส่วนใหญ่เกิดจาก ผู้ประกอบกิจการไม่มีแพทย์หรือแพทย์เฉพาะให้บริการโดยตรง แพทย์แนะตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม

วันนี้ (3 ธ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยยอดผู้ร้องเรียน กรณีได้รับความเสียหายจากการใช้บริการสถานเสริมความงาม และศัลยกรรมความงาม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 ต.ค.2558 มีทั้งสิ้น 355 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีการร้องเรียน 158 คน แบ่งเป็นความเสียหายจากคลินิกศัลยกรรมเสริมความงาม 81 คน โดยประเด็นการร้องเรียน เช่น จมูกเบี้ยว-ยุบ อักเสบ ซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน ทำตาสองชั้นผิดรูป เต้านมไม่ได้ขนาด และปัญหาการดูดไขมัน ส่วนความเสียหายในสถานบริการเสริมความงามที่เป็นคลินิกและสปา แต่ไม่ใช่คลินิกศัลยกรรมมี 433 คน ส่วนใหญ่ร้องเรียนในประเด็นเกิดอาการแพ้

นพ.จักรพงษ์ ชุณหเสวี คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้บริการเสริมความงาม สคบ. ระบุว่า จากการพิจารณาไกล่เกลี่ยพบว่า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากพนักงานที่ให้บริการไม่มีความชำนาญ ผู้ประกอบกิจการไม่มีแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางอยู่ประจำให้บริการโดยตรง เมื่อเกิดปัญหาพนักงานไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ส่วนปัญหาที่น่ากังวล คือ การเข้าไปใช้บริการคลินิกที่แพทย์ไม่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา หรือเป็นแพทย์ที่แอบอ้างว่าเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านนั้น ๆ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการสถานบริการเสริมความงาม ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาจากเว็บไซต์แพทยสภา


กลับขึ้นด้านบน