รมว.พลังงาน แถลงผลงาน 6 เดือน ยอมรับสอบตก 2 เรื่อง

รมว.พลังงาน แถลงผลงาน 6 เดือน ยอมรับสอบตก 2 เรื่อง

รมว.พลังงาน แถลงผลงาน 6 เดือน ยอมรับสอบตก 2 เรื่อง

รูปข่าว : รมว.พลังงาน แถลงผลงาน 6 เดือน ยอมรับสอบตก 2 เรื่อง

รมว.พลังงาน แถลงผลงาน 6 เดือน ยอมรับสอบตก 2 เรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุ ผลงานรอบ 6 เดือน ไม่สำเร็จ 2 เรื่อง แต่ยืนยันว่าจะประกาศให้ขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 อีกครั้งในเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนจะใช้ระบบสัมปทานหรือแบ่งปันผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงผลงานของกระทรวงฯ ในรอบ 6 เดือน โดยระบุว่ามีเรื่องที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าที่วางไว้มี 2 เรื่อง คือ การเปิดสำรวจแปลงสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่ต้องเลื่อนออกไปอีก 3 เดือน

หลังเกิดปัญหาถูกคัดค้านจนต้องยกเลิกไปโดยจะออกประกาศเปิดให้เอกชนยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตรอบใหม่ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนจะใช้ระบบสัมปทานหรือแบ่งปันผลผลิตขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรีให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่แต่ยืนยันว่า แม้ไม่สามารถเปิดสำรวจได้ตามแผนก็จะไม่กระทบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชน

ส่วนการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่จะหมดอายุ ต้องมีความชัดเจนภายในปีนี้ เพื่อให้เอกชนรายเดิมได้เตรียมตัว ส่วนการปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติทุกชนิดให้สะท้อนต้นทุนยังเป็นเรื่องที่ถือว่ากระทรวงพลังงานยังสอบไม่ผ่านเพราะปรับแก้ได้เพียงราคาก๊าซแอลพีจีเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมากจากก๊าซในตลาดโลกปรับลดลง ทำให้การปรับโครงสร้างไม่กระทบราคาขายปลีกภายในประเทศมากนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังยืนยันว่า การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมต้องมีความชัดเจนภายใน 3 เดือน ส่วนการปรับโครงสร้างราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ชะลอออกไปตามคำร้องขอของกระทรวงคมนาคม จะได้ข้อสรุปภายใน 6 เดือน โดยอาจมีการปรับลดราคาลงเล็กน้อย พร้อมการปรับราคาก๊าซเอ็นจีวีให้สะท้อนต้นทุนจาก 13 บาทต่อกิโลกรัม เป็นประมาน 15 บาทต่อกิโลกรัม

ส่วนผลงานสำคัญรอบ 6 เดือนของกระทรวงพลังงานที่ประสบความสำเร็จ คือการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรมแก่ผู้ใช้เชื้อเพลิงแต่ละประเภท ลดความแตกต่างระหว่างราคาแก๊สโซฮอล์ 95 และดีเซลจาก 8 บาทต่อลิตร เหลือประมาน 3 บาทต่อลิตร ปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีทั้ง 3 ภาคให้สะท้อนต้นทุน บริหารความมั่นคงทางไฟฟ้าในช่วงที่แหล่งก๊าซฯ เมียนมาร์หยุดซ่อม รวมถึงเปลี่ยนสถานะกองทุนน้ำมันจากติดลบ 6,000 ล้านบาทเป็นบวก 40,000 ล้านบาท

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ นายณรงค์ชัย กล่าวว่า จะมีวาระสำคัญคือการหาข้อสรุปแผนพีดีพีฉบับใหม่ โดยแผนฉบับนี้ตั้งหมายจะลดการสร้างโรงไฟฟ้าด้วยการประหยัดพลังงานให้ได้ 500 เมกะวัตต์ต่อปี/ และอาจหากแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติ 5 ปีเสร็จทันก็จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาด้วย


กลับขึ้นด้านบน