บช.น.กำชับทุกสน.เร่งปชส.ป้องกันรถจยย.หาย เปิดโครงการ “ท่านไม่ล็อค เราล็อคให้” ในจุดเสี่ยง

บช.น.กำชับทุกสน.เร่งปชส.ป้องกันรถจยย.หาย เปิดโครงการ “ท่านไม่ล็อค เราล็อคให้” ในจุดเสี่ยง

บช.น.กำชับทุกสน.เร่งปชส.ป้องกันรถจยย.หาย เปิดโครงการ “ท่านไม่ล็อค เราล็อคให้” ในจุดเสี่ยง

รูปข่าว : บช.น.กำชับทุกสน.เร่งปชส.ป้องกันรถจยย.หาย เปิดโครงการ “ท่านไม่ล็อค เราล็อคให้” ในจุดเสี่ยง

บช.น.เปิดโครงการท่านไม่ล็อค เราล็อคให้ กำชับทุกสน.ทั่วกรุงฯ รับมือแก๊งลักรถจักรยานยนต์ เฝ้าระวังจุดเสี่ยง แนะล็อกรถที่ดิสเบรกป้องกันได้ดีกว่าล็อกคอ

วันนี้ (16 ม.ค.) เวลา 08.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันเหตุการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ได้สั่งกำชับให้ทุกสน. พยายามประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของรถทราบว่า การล็อกคอ หรือบางครั้งล็อกล้อไม่อาจป้องกันการโจรกรรมได้ จึงควรใช้กุญแจล็อกดิสก์เบรคจะดีกว่า เพราะคนร้ายจะตัดที่ล็อกดิสก์เบรคยาก และมักจะไม่ลักไปลักคันอื่นที่ไม่ล็อกดีกว่า ยิ่งล็อกดิสก์เบรคทั้งล้อหน้าล้อหลัง หรือจะร้อยโซ่ ล็อกล้อ ล็อกคอ ด้วยคนร้ายคงไม่ลงมือแน่ ลงทุนซื้อที่ล็อกไม่เกิน 500 บาทถือว่าคุ้มค่า

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ได้สั่งให้ทุก สน.วิเคราะห์สถานภาพอาชญากรรมเพื่อหาสาเหตุที่เกิดและแนวทางแก้ไข การออกตรวจยึดรถต้องสงสัย การซุ่มโป่ง การตกเบ็ด การติด GPS การขอความร่วมมือเจ้าของสถานที่ผู้ประกอบการจุดเสี่ยง ที่รถหายให้จัดทำราวล็อกรถหรือบัตรเข้าออก เข้าร่วม “โครงการท่านไม่ล็อค เราล็อคให้” การติดตามและตรวจสอบรถที่ถูกลักและถูกยึดที่ สน. ต่างๆ เพื่อคืนให้เจ้าของรถ รวมทั้งสืบสวนสอบสวนขยายผลดำเนินคดีแหล่งรับซื้อ ดัดแปลงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องทำอย่างจริงจังต่อเนื่อง เด็ดขาด ให้มันถูกจับและติดคุกให้เร็ว ถือเป็นอีกมาตรการที่พวกเราต้องเพิ่มความเข้มในการปฎิบัติการเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมคืนรถคืนความสุขให้ประชาชนคน กรุงเทพฯ ตามที่ตนและตำรวจในสังกัด บชน.ตั้งใจนั้น จึงกำชับสั่งการ ผบก. รอง ผบก. และ ผกก. ทุกสน.ลงมาควบคุมขับเคลื่อนการปฎิบัติด้วยตัวเอง

“มีข้อสังเกตเกี่ยวกับเครื่องมือที่คนร้ายใช้ในการกระทำผิด นอกจากเป็นรถที่ลักมา รถไม่ติดแผ่นป้าย เครื่องมือตัดเหล็ก ยังพบว่าบางคนใช้กุญแจหัวเหลี่ยม ซึ่งเป็นเครื่องมือช่างทั่วไปไม่ผิดกฎหมาย แล้วฝนเหล็กหัวเหลี่ยมขนาดใกล้เคียงกันเป็นปลายแหลมท้ายเหลี่ยม ยาวประมาณ 2 นิ้ว นำส่วนเหลี่ยมเสียบเข้าไปในหัวกุญแจหัวเหลี่ยม กลายเป็นกุญแจไขรถหลบหนีไป แต่เวลาที่ออกตระเวนลักรถ เกรงว่าตำรวจจะตรวจพบอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ด้วยกันอาจถูกจับ ก็เลยแยกส่วนหัวออกมาโดยใช้แม่เหล็กดูดเหล็กปลายแหลมดังกล่าวนำไปติดซ่อนไว้ใต้เครื่องยนต์ที่เป็นเหล็กติดแน่นไม่หล่น เวลาตำรวจค้นจะตรวจไม่พบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องหมั่นสังเกตตรวจตรา” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว

กลับขึ้นด้านบน