หลายชาตินำ "สุนัขกู้ภัย" ร่วมภารกิจช่วยชีวิตในเหตุแผ่นดินไหว

หลายชาตินำ "สุนัขกู้ภัย" ร่วมภารกิจช่วยชีวิตในเหตุแผ่นดินไหว

หลายชาตินำ "สุนัขกู้ภัย" ร่วมภารกิจช่วยชีวิตในเหตุแผ่นดินไหว

รูปข่าว : หลายชาตินำ "สุนัขกู้ภัย" ร่วมภารกิจช่วยชีวิตในเหตุแผ่นดินไหว

หลายชาตินำ แม้ทักษะในการใช้เทคโนโลยีจะทำให้งานกู้ภัยเป็นสิ่งที่คนสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ทั่วโลก แต่สิ่งหนึ่งที่นานาชาตินำไปพร้อมกับอุปกรณ์ในการบรรเทาทุกข์ก็คือ สุนัข ที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เนปาล

ประสาทสัมผัสในการรับรู้ของสุนัขที่อยู่เหนือกว่ามนุษย์ ช่วยเอื้อต่อการฝึกฝนเพื่อปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย เริ่มที่ประสาทในการดมกลิ่น ตามปกติแล้วจมูกของคนเราจะได้กลิ่นในพื้นที่ประมาณ 3-5 ตารางเซนติเมตร ในขณะนี้สุนัขมีพื้นที่เฉลี่ยแล้วถึง 130 ตารางเซนติเมตร และเส้นประสาทสำหรับการดมกลิ่นของคนมีเพียง 5 ล้านเซลล์ แต่สุนัขมีถึง 100 - 220 ล้านเซลล์ ซึ่งกลิ่นจางๆของคนอาจเป็นกลิ่นที่ฉุนสำหรับสุนัข

ขณะที่ประสาทการได้ยินขอสุนัข สามารถได้ยินเสียงไกลว่าคนถึง 4 เท่า รับรู้ความถี่ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์และมากกว่า 20,000 เฮิรตซ์ จึงสามารถได้ยินหรือรับรู้ความเคลื่อนไหวสั่นสะเทือน หรือเสียงที่คนเราไม่ได้ยิน จึงเป็นความสามารถพิเศษในการช่วยเตือนภัยก่อนเกิดภัยพิบัติและช่วยเหลือคนที่ยังมีอยู่ชีวิตอยู่จากภัยพิบัติ แม้เสียงที่เบา อ่อนแรง เสียงขยับตัวใต้ซากปรักหักพัง ซึ่งต้องสังเกตว่าหากสุนัขมีอาการหูกระดก ตื่นตัว กระวนกระวาย ไม่สามารถยืนอยู่กับที่ได้ ก็ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงความไม่ปกติเหล่านี้

ส่วนประสาทการมองเห็น ถึงสุนัขจะมองเห็นสีได้เพียงไม่กี่สี สายตาพร่าเบลอไม่ชัดเจน แต่มีความสามารถในการจับความเคลื่อนไหวทั้งระยะใกล้และไกลได้ไวมาก ส่วนดวงตาที่มีเซลล์รูปแท่ง ซึ่งเป็นเซลล์รับแสงที่มีความไวต่อแสง จึงทำให้สุนัขมองเห็นในที่มืดได้ดีกว่าคน

สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเนปาลครั้งนี้ พบว่าหน่วยกู้ภัยจากของ USAID สหรัฐอเมริกา หน่วยงานระหว่างประเทศของเยอรมัน ปากีสถาน จีน ญี่ปุ่น และประเทศไทย ต่างนำเอาสุนัขกู้ภัยเข้าร่วมภารกิจทั้งสิ้น


กลับขึ้นด้านบน