ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โต้ สตง. กรณีชี้มูลโครงการไฟประดับ

วันนี้่ (4 พ.ค.2559) ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงข่าวภายหลังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินสรุปผลการตรวจสอบโครงการไฟประดับที่ลานคนเมืองของ กทม. ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธ์และผู้รับผิดชอบโครงการรวม 9 คน กระทำผิดระเบียบและกฎหมาย โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยืนยันว่านโยบายนี้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส แลละไม่เคยสั่งให้ใครทำอะไรผิดกฎหมายแม้แต่ครั้งเดียว

โครงการไฟประดับของ กทม.จัดขึ้นที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.2558-31 ม.ค.2559 ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้งบประมาณสูงเกินจริง ซึ่งมีบุคคลในพรรคประชาธิปัตย์ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เป็นรองหัวหน้าพรรค เป็นหนึ่งในบุคคลที่ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของโครงการดังกล่าว จนนำสู่การตรวจสอบของ สตง.ในที่สุด

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ใช้เวลาแถลงข่าวประมาณ 20 นาที โดยระบุว่า นับเป็นเรื่องที่ดีและขอขอบคุณ ที่ สตง.ให้ความสนใจต่อโครงการนี้ ซึ่งเป็นงานขององค์กรปกครองระดับท้องถิ่นเช่นกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทั้งที่ สตง.มีภารกิจต้องตรวจสอบหน่วยงานอื่นมากมาย

ผู้ว่ากทม.ระบุว่า ตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านมาได้ย้ำว่า กทม.ต้องทำงานอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ "ผมไม่เคยสั่งให้ใครทำอะไรที่ผิดกฎหมายแม้แต่ครั้งเดียว"

"ผมขอยืนยันว่า นโยบายในการสร้างมหานครแห่งความสุขเป็นนโยบายที่ถูกต้อง และที่สำคัญ คือ ในช่วงเวลาก่อนปีใหม่ปีที่แล้วได้เกิดปัญหาในหลายด้าน รวมถึงเหตุการณ์ที่ผลกระทบต่อทั้งการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทย ผมมองว่า สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องหาวิธีส่งเสริมการท่องเที่ยวและการสร้างรายได้ในระดับรากหญ้า แต่ขณะที่งบประมาณด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวถูกตัดเหลือเพียง 50 ล้านบาท จากที่เสนอไป 240 ล้านบาท ผมก็ต้องพยายามหาทางส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากทำมาหลายปีแล้ว แต่เหตุการณ์บ้านเมืองยังไม่เหมาะสม เมื่องบประมาณด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวไม่เพียงพอ ผมจึงเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องใช้อำนาจของผม ผมถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำ"

"ถามว่านโยบายนี้สัมฤทธิ์ผลหรือไม่ ผมขอเรียนว่ามีคนเข้าชมงานไฟประดับเกือบ 1.7 ล้านคน และการใช้จ่ายระหว่างการติดตั้งไฟประดับ 33 วันนั้นคิดเป็นเงิน 10 ล้านกว่าบาท และนี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่ กทม.ใช้งบประมาณเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเปิดโอกาสให้คนมีรายได้ ผมขอยืนยันว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่ถูกต้องตามความเห็นของผม และถ้า สตง.มีปัญหาเรื่องนี้ก็ควรจะแนะนำตั้งแต่ต้น สตง.ต้องให้คำแนะนำในเรื่องการใช้งบประมาณ แต่ไม่มีการให้คำแนะนำ ผมไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อไม่ทำอะไรเลย อยู่นิ่ง ยอมรับสภาพ ยอมให้การท่องเที่ยวมีปัญหา ผมไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อการนี้ และใครที่คิดว่าผมจะมาอยู่ตรงนี้เพื่อการนี้ ผมก็ช่วยไม่ได้ครับ ช่วยไม่ได้จริงๆ"

"ผมได้พูดมาตั้งแต่ต้นว่า กทม.ได้ร่วมมือกับ สตง. ตั้งแต่งานยังไม่จบ มีที่ไหน งานกำลังจัดอยู่ สตง.ขอข้อมูลมาเราให้หมด และที่บอกว่าผมไม่ร่วมมือ ไม่ไปชี้แจง ผมขอเรียนว่า ผมได้ใช้อำนาจตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร กทม. ที่กำหนดให้มีรองผู้ว่าราชการกทม. 4 คน ช่วยงานผู้ว่า กทม. ตามที่ได้รับมอบหมาย จึงเป็นเรื่องปกติที่ผมจะมอบหมายให้รองผู้ว่า กทม.ไปชี้แจงต่อองค์กรตรวจสอบในเรื่องที่ผมกำกับดูแล ไม่ได้หนีครับ เป็นเรื่องปกติมาก ผมถือว่าการไปให้ข้อมูลนั้นเป็นเรื่องเทคนิค รายละเอียด ซึ่งคนที่รู้ดีที่สุดก็คือรองผู้ว่า กทม.และข้าราชการอาวุโสที่เกี่ยวข้อง จะบอกว่าไม่ร่วมมือไม่ได้ ร่วมมือตั้งแต่งานยังไม่เสร็จเลยครับ งานยังไม่เสร็จเลย บอกว่าผิดแล้ว ผมก็นึกแปลกใจ แต่ก็ร่วมมือและจะร่วมมือต่อไปในการส่งข้อมูลเอกสาร"

"ผมไม่ได้ต้องการอะไรมาก ขอแค่ให้หน่วยงานตรวจสอบอ่านเอกสารให้ครบก็แล้วกัน ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย หรือถ้าตรงไหนมีปัญหาก็บอกมา นี่สรุปมาตั้งนานแล้วว่า กทม. ผิด ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ประหลาดมาก ทั้งๆ ที่งานนี้ยังไม่ครบถ้วน ยังไม่เสร็จเรียบร้อยในเรื่องงานเอกสาร ผมก็ไม่ทราบว่านี่คือวิธีปฏิบัติที่จะใช้กับ กทม.หรือไม่ แต่ถ้าจะใช้วิธีปฏิบัติแบบนี้ก็หวังว่าจะใช้กับหน่วยงานอื่นด้วย ผมไม่มีอะไรจะปิดบังครับ ไม่มีจริงๆ และพร้อมที่จะชี้้แจงต่อไป"

"มติเมื่อวานนี้ (3 พ.ค.) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่จะต้องดำเนินการต่อไป ยังไม่มีใครผิดใครถูกตามกฎหมาย ใครเขียนแบบนี้ต้องระวังเรื่องกฎหมาย ต่อจากนี้ไปผมไม่ไว้หน้าแล้วนะครับ ถ้าใครบอกว่าผมผิด ผมฟ้องเลยนะครับ ผมกำลังปรึกษาทีมนักกฎหมายดูว่าทำอะไรได้บ้าง ไม่ใช่เพื่อคุ้มครองผม ผมมาอยู่ตรงนี้ ผมรู้ว่าความเสี่ยงเป็นอย่างไร ผมเป็นห่วงลูกน้องผม ใครเขียนว่าลูกน้องผมผิดผมจะให้ฟ้องทันที ดังนั้นขอความเป็นธรรมเถอะครับ ไม่ชอบหน้าผมก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ความเป็นธรรมกับลูกน้องผมทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ และขอให้องค์กรตรวจสอบให้ความเป็นธรรมกับลูกน้องผมด้วย ถ้าเขาทำผิดก็บอกมา เราพร้อมที่จะตรวจสอบลูกน้องเราเองตลอดเวลา และจริงๆ ที่ศาลาว่าการกทม.ก็มี สตง.นั่งอยู่ แต่ไม่เคยให้คำแนะนำแม้แต่คำเดียวว่างานนี้ไม่ถูกต้อง" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว
กลับขึ้นด้านบน