เส้นทางของ "เอรียา" ผู้สร้างประวัติศาสตร์นักกอล์ฟไทยคนแรกคว้าแชมป์แอลพีจีเอ

ย้อนดูผลงานของ "เอรียา จุฑานุกาล" ก่อนจะคว้าแชมป์โยโกฮามา ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่คว้าแชมป์แอลพีจีเอ

การแข่งขัน โยโกฮามา ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก เป็นการแข่งขันรายการที่ 12 ของปี ซึ่งผลงาน 2 วันแรกของเอรียา ยังไม่โดดเด่นนัก ทำได้ 2 อันเดอร์ ในวันแรก และ 3 อันเดอร์ ในวันที่ 2 ทำสกอร์รวม 5 อันเดอร์เกาะกลุ่มหัวแถวของการแข่งขัน

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในการแข่งขันวันที่ 3 เอรียา ระเบิดฟอร์ม ทำสกอร์เพิ่มอีก 9 อันเดอร์ เป็นคะแนนสถิติสูงสุดของสนาม จากผลงาน 9 เบอร์ดี้ ไม่เสียโบกี้ ทำให้เธอขยับขึ้นมารั้งที่ 1 ของการแข่งขัน นำอันดับ 2 อยู่ถึง 3 สโตรค

ในการแข่งขันวันสุดท้าย เอรียาเจอกดดันอย่างหนัก เนื่องจากทำผลงานได้ไม่โดดเด่นนัก ทำ 4 เบอร์ดี้ 4 โบกี้ แถมยังถูกคู่แข่งทำแต้มไล่กดดัน ซึ่งไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การตีพาร์ 4 หลุมสุดท้าย ซึ่งเอรียา มีแต้มนำอันดับ 2 ร่วมอยู่แค่สโตรคเดียวเท่านั้น แม้เธอจะตีจากจุดทีออฟได้ไม่ดีนัก แต่แก้ตัวได้สำเร็จจากการชิปขึ้นกรีนห่างจากธงแค่ 5 ฟุต ก่อนจะพัตต์เซฟพาร์ คว้าแชมป์ไปครอง และทำให้เธอกลายเป็นคนไทยคนแรกคว้าแชมป์ฃแอลพีจีเอ พร้อมรับเงินรางวัลจากการแข่งขันสูงถึง 195,000 ดอลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 7 ล้านบาท ในขณะที่เอรียาทำเงินจากการเล่นอาชีพเฉพาะในแอลพีจีเอไปแล้วประมาณ 34 ล้านบาท

กว่าที่เอรียาจะมาถึงวันนี้ได้ ต้องผ่านความผิดหวังมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะฝันร้ายในการแข่งขัน แอลพีจีเอ ทัวร์ ในประเทศไทย เมื่อ 3 ปีก่อน

เอรียาหรือ "โปรเม" เริ่มต้นหัดเล่นกอล์ฟมาตั้งแต่เด็ก ร่วมกับ "โปรโม" โมรียา จุฑานุกาล พี่สาว ครอบครัวที่ทำธุรกิจขายอุปกรณ์กอล์ฟคอยให้การสนับสนุน ซึ่งจากผลงานระดับจูเนียร์ที่โดดเด่น ทำให้ทั้งคู่เริ่มถูกจับตามองในฐานะคลื่นลูกใหม่ของวงการกอล์ฟไทยในขณะที่อายุยังน้อย

ในปี 2007 เอรียา สร้างสถิติเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่ได้ร่วมแข่งขันรายการ แอลพีจีเอ ทัวร์ หลังคว้าสิทธิ์ผ่านการคัดเลือก ลงแข่งในรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ด้วยอายุแค่ 11 ปีเท่านั้น ก่อนจะเริ่มเทิร์นโปรอย่างเป็นทางการในปี 2012

ในปี 2013 ถือเป็นปีที่มีแต่เรื่องพลิกผัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ทัวร์ ไทยแลนด์ เธอรั้งตำแหน่งผู้นำก่อนออกรอบวันสุดท้าย แต่ในหลุม 18 เธอพัตต์จากระยะ 3 ฟุตพลาดหลายหน จนเสียทริปเปิ้ล โบกี้ และเป็นเหตุให้แพ้ พาร์ค อินบี ไปแค่ 1 สโตรค ทำให้ เอรียา พลาดโอกาสจะเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ แอลพีจีเอ ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน

แม้เธอจะคว้าแชมป์แรกของตัวเองในการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน์ ทัวร์ ที่ โมร็อคโก มาครองได้ แต่ในเดือน กรกฏาคม ปีเดียวกัน เธอประสบอุบัติเหตุลื่นล้มอย่างรุนแรงในสนามกอล์ฟ จนต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวไหล่ และพักการเล่นไป 3 เดือน

ส่วนในปีนี้ ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเธอคือการทำ 10 อันเดอร์พาร์ จบอันดับ 4 ในรายการ เอเอ็นเอ อินสไปเรชั่น กอล์ฟรายการเมเจอร์ของ แอลพีจีเอ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนจะประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ แอลพีจีเอ ทัวร์ รายการแรกได้สำเร็จกับรายการ โยโกฮาม่า ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ที่สหรัฐอเมริกา

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้อันดับโลกของเอรียา ขยับขึ้น 11 อันดับ และจะช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนลงแข่งในนามทีมชาติไทยในกีฬาโอลิมปิกคะแนนสะสมของเอรียาขยับขึ้นมา 11 อันดับ จากมือ 32 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 21 ของโลก และขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ในอันดับเงินรางวัลสะสมของนักกอล์ฟหญิงในช่วงปี 2016 ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เอรียา เคยอยู่อันดับสูงสุดที่ 15 ของโลกก่อนจะได้รับบาดเจ็บจนต้องผ่าตัดเมื่อปี 2013

ส่วนในโอลิมปิกเกมส์จะคัดนักกอล์ฟทั้งหมด 60 คนเข้าแข่งขัน โดยจะให้สิทธิ์สูงสุดชาติละ 4 คน หากทั้ง 4 คนอยู่ใน 15 อันดับแรกของโลก แต่หากต่ำกว่าอันดับ 15 จะให้สิทธิ์ชาติละ 2 คนเท่านั้น ซึ่งตัวแทนของไทยที่มีโอกาสคว้าตั๋วขณะนี้คือ กิรเดช อภิบาลรัตน์ อันดับที่ 18 และ ธงชัย ใจดี อันดับที่ 21 ในประเภทชาย รวมถึง พรอนงค์ เพชรล้ำ อันดับ 16 และ เอรียา จุฑานุกาล อันดับที่ 17 ในประเภทหญิง โดยจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ก.ค.2559
กลับขึ้นด้านบน