ภรรยา ว่าที่ ร.ต.สุพล ตาสิงห์ เปิดใจ

(2ส.ค.62)จากกรณีผู้ใช้โซเชียลมีเดียโดยเฉพาะกลุ่มนักปั่นจักรยานต่างโพสต์แสดงความเสียใจและไว้อาลัยให้กับ ว่าที่ ร.ต.สุพล ตาสิงห์ อายุ 60 ปี สมาชิกของชมรมเสือสันทรายเชียงใหม่ ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนบนถนนเชียงใหม่-สันทราย(สายเก่า) หน้าเทศบาลตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 27 ก.ค.62 ที่ผ่านมา โดยมีคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุที่สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้บางส่วน ซึ่งว่าที่ ร.ต.สุพล เป็น 1 ใน 2 นักปั่นที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและรอดชีวิต จากเหตุการณ์ที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี 2558 กรณีที่นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมาแล้วขับรถยนต์จนเกิดอุบัติเหตุชนนักปั่นจักรยาน บนถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเช้าตรู่วันที่ 3 พ.ค. 2558 ซึ่งส่งผลให้นักปั่นเสียชีวิต 3 คน และ บาดเจ็บสาหัส 2 คน


null
แสดงความอาลัย
ครอบครัวของว่าที่ ร.ต.สุพล ได้จัดงานศพที่บ้านพักในตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีผู้แวะเวียนมาแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง และมีผู้นำพวงหรีดมาร่วมแสดงความอาลัยจำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ด้วย

ทำใจได้ระดับหนึ่ง
นางวาสนา ตาสิงห์ อายุ 58 ปี บอกว่า แต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมา 34 ปี และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเสียใจมากเพราะไม่คาดคิดมาก่อน อย่างไรก็ตามยังสามารถทำใจยอมรับได้ในระดับหนึ่ง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ รวมทั้งคิดเสียว่าอย่างน้อยสามีไปสบายแล้วและได้เสียชีวิตจากการทำสิ่งที่รัก คือ การปั่นจักรยาน

การปั่นจักรยานเป็นสิ่งที่ว่าที่ ร.ต.สุพล รักมาก
นางวาสนา เล่าให้ฟังว่า ว่าที่ ร.ต.สุพล ชื่นชอบและรักการปั่นจักรยานมากเป็นชีวิตจิตใจ เห็นได้จากภาพถ่ายทุกภาพที่ปั่นจักรยานจะมีแต่รอยยิ้ม โดยจะออกจากบ้านไปปั่นจักรยานออกกำลังกายทุกวัน วันละเกือบร้อยกิโลเมตร ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวเป็นห่วงมากว่าจะเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อ 4 ปีที่แล้ว จากเหตุการณ์นักศึกษาเมาแล้วขับชนนักปั่นเสียชีวิต 3 คน แต่ ว่าที่ ร.ต.สุพล รอดชีวิตมาได้ ซึ่งหลังจากนั้นได้พยายามจะขอร้องให้เลิกปั่นจักรยาน แต่หลังรักษาตัวจนหายดีเป็นปกติแล้ว ว่าที่ ร.ต.สุพล ก็กลับไปปั่นจักรยานตามเดิม และครอบครัวไม่อยากห้ามปราม เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ว่าที่ ร.ต.สุพล รักมาก ได้แต่คอยบอกว่าให้ระมัดระวังด้วยความเป็นห่วง


null
ตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก
สำหรับในวันที่เกิดเหตุนั้น นางวาสนา บอกว่า ช่วงเช้าตรู่ ว่าที่ ร.ต.สุพล ได้นำจักรยานออกจากบ้านไปปั่นตามปกติ โดยต่อมาไม่นานหลังจากที่ว่าที่ ร.ต.สุพล ออกจากบ้านไปได้มีผู้มาแจ้งที่บ้านว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นและทำให้ว่าที่ ร.ต.สุพล เสียชีวิต ซึ่งตอนแรกที่ทราบข่าวยอมรับว่าเสียใจและตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก อย่างไรก็ตามเวลานี้แม้เสียใจแต่ทำใจยอมรับได้มากขึ้นแล้ว ส่วนทางคู่กรณีที่เป็นคนขับรถยนต์ชนนั้น เบื้องต้นหลังเกิดเหตุเท่าที่ทราบไม่ได้หลบหนีและรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งได้ติดต่อมาแสดงความเสียใจแล้ว และมาร่วมงานศพของสามีเมื่อคืนวานนี้ (30 กรกฏาคม) พร้อมกราบขอขมาศพและครอบครัว โดยอ้างว่าในช่วงที่เกิดเหตุหลับใน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ได้เมา

ขอบวชหน้าศพเพื่อสำนึกผิด
ซึ่งโดยส่วนตัวรวมทั้งทางครอบครัวให้อภัยและไม่ติดใจใด ๆ เพราะทราบดีว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ ได้แล้ว นอกจากอยากจะฝากเตือนทั้งคนขับรถและคนปั่นจักรยานให้ระมัดระวัง ไม่ประมาท เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ส่วนการรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆ นั้น ยังไม่มีการพูดคุยกับทางคู่กรณี แต่ทางคู่กรณีที่ทราบว่ามาน่าจะรับราชการเป็นตำรวจนั้น ได้แสดงเจตนาแล้วว่าจะบวชหน้าศพเพื่อแสดงความสำนึกผิดและอุทิศส่วนกุศลให้กับสามีของตัวเองในพิธีพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 4 สิงหาคมนี้


null
ตำรวจยันคู่กรณีมีแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่ากฎหมายกำหนด
พ.ต.อ.สุรพงษ์ บุญยืน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสันทราย บอกว่า คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมากและอาจจะมีบางคนที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ยืนยันว่าทางตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ว่า ส.ต.ต.ชายณรงค์ ผาทอง อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์ที่ชนผู้เสียชีวิต จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกัน แต่การตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 140 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี ปรับ 6 หมื่น ถึง 2 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
กลับขึ้นด้านบน