กวี ประสมพล หน.อุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน.mp4

วันนี้ (1ต.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า 400,000 บาท เข้าดำเนินการจัดทำป้ายอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย อันใหม่ขึ้นแทนป้ายอันเดิมที่ยังเป็นป้ายวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังทางกระทรวงทรัพย์เตรียมที่จะมีการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติในช่วงปลายปีนี้

โดยป้ายใหม่จะมีขนาดใหญ่และมีความสวยงามด้วยผาหินจำลองเทือกเขาดอยนางนอน ขณะที่กรมทรัพยกรน้ำบาดาลก็ได้อนุมัติงบประมาณอีกกว่า 600,000 บาท จัดทำภูมิทัศน์บริเวณจุดที่เคยใช้เจาะน้ำบาดาลเพื่อนำน้ำออกจากถ้ำหลวงในการช่วยเหลือเยาวชน 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี แม่สาย ในห้วงระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.-10 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการรองรับการท่องเที่ยวในห้วงไฮซีซั่น ที่จะถึงปลายปีนี้

ก่อนหน้านี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2561 หลังเกิดเหตุการณ์ทีมหมูป่าติดถ้ำ ได้อนุมัติในหลักการแผนพัฒนาถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยเสนอของบประมาณเพื่อการพัฒนามูลค่าประมาณ 3,899.5 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่บริเวณถ้ำหลวง 12 ไร่ พื้นที่ขุนน้ำนางนอน ซึ่งมีถ้ำทรายทอง และ สระน้ำมรกตอีก 8 ไร่ และพื้นที่ปากทางเข้าถ้ำหลวงซึ่งเป็นพื้นที่ไร่ยาสูบอีก 700 ไร่ แต่การเสนอพื้นที่พัฒนากว้างจึงไม่ผ่านการพิจารณา ทำให้ตามหลักการของ ครม. จะต้องมีการศึกษาใหม่ เฉพาะพื้นที่ถ้ำหลวง

จึงทำให้ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ที่ผ่านมาไม่สามารถนำงบดังกล่าวมาดำเนินการใดๆ ได้ ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวกด้านถนนทางเข้าที่ยังพุพัง เส้นทางท่องเที่ยวถ้ำหลวง ที่ยังไม่มีการพัฒนาเพิ่มเติม ทำให้ช่วงที่ผ่านมา ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการพัฒนาที่ล่าช้า ล่าสุดทางพื้นที่จึงเร่งปรับภูมิทัศน์และทางกระทรวงทรัพย์อนุมัติงบ 17,000,000 บาท เข้ามาทำการศึกษาแผนพัฒนาใหม่ทั้งหมด ซึ่งยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

อย่างไรก็ตามปัจจุบันแม้จะเป็นช่วงฤดูฝนที่เป็นช่วงโลซีซั่นพื้นที่ถ้ำหลวง ก็ยังได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และ ต่างประเทศ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย ในช่วงวันปกติ วันละประมาณ 1,000-2,000 คน หากเป็นวันหยุดสัปดาห์ จะอยู่ประมาณ 3,000-5,000 คน แต่หากเป็นช่วงเทศกาลจะมีมากถึงกว่าวันละ 10,000 คน ซึ่งช่วงที่ยังไม่มีการทำถนนใหม่ ทางอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มีการจัดรถบริการรับส่งนักท่องเที่ยวฟรี เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ยังได้เสนอแผนไปยังกรมอุทยานฯ เพื่อดำเนินการทางขึ้นลงเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชม ถึงบริเวณโถงที่ 1 โดยคาดว่าจะเปิดได้ใช้ช่วงปลายปีนี้ แต่ยังเข้าชมแบบจำกัดจำนวนครั้งละไม่เกิน 20 คน และยังไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในถ้ำ แม้ช่วงนี้น้ำในถ้ำจะแห้งลงแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการปรับภูมิทัศน์ และยังเกรงในเรื่องความไม่ปลอดภัย

นอกจากการพัฒนาพื้นที่้ถ้ำหลวงที่บริเวณขุนน้ำนางนอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำทรายทอง และ สระน้ำเขียวมรกต ซึ่งเป็นจุดที่มีการพร่องน้ำออกจากถ้ำหลวง ก็ได้มีการพัฒนาและปรับภูมิทัศน์ โดยมีการจัดทำป้ายขุนน้ำ-นางนอน ใหม่ มีการปรับทาสีสร้างอาคารนิทรรศการ จัดสร้างห้องน้ำใหม่แทนห้องน้ำเดิมที่ทรุดโทรมจากการใช้มานาน 28 ปี ปรับภูมิทัศน์เส้นทางเดินและโดยรอบสระน้ำมรกต เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในช่วงไฮท์ซีชั่นนี้เช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวและลดกระแสแรงกดดันทางสังคม ระหว่างรอแผนพัฒนาถ้ำหลวงอันใหม่ออกมาซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้เวลาศึกษาอีกนานนับปี
กลับขึ้นด้านบน