"พล.อ.ปรีชา" ออกโรงปกป้องลูกชาย-ภรรยา ระบุ "อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด"

วันนี้ (21 ก.ย.2559) พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ซึ่งเป็นน้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยอมรับว่านามสกุล "จันทร์โอชา" เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สังคมจับจ้องเรื่องที่บริษัทของลูกชายประมูลโครงการได้ แต่ยืนยันว่าการประมูลเป็นไปอย่างถูกต้อง และตัวเขาเองก็พ้นจากตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 3 มาแล้ว

พล.อ.ปรีชา เคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 3 ระหว่างปี 2556 - 2557

"เราก็พ้นมาแล้ว (จากตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 3) เขามีระเบียบเงื่อนไขอะไรเราก็ทำตามนั้น อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าเราไม่ผิดก็ไม่มีปัญหาอะไร ชี้แจงได้" พล.อ.ปรีชากล่าว พร้อมกับชี้แจงข้อวิจารณ์เรื่องการนำชื่อภรรยาของเขา คือ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ไปตั้งชื่อฝายชะลอน้ำ "แม่ผ่องพรรณพัฒนา" ใน จ.เชียงใหม่ ว่าเป็นชื่อที่ชาวบ้านขอมา

"สำนักปลัดกระทรวงกลาโหมทำงานร่วมกับสมาคมภริยาข้าราชการซึ่งทำงานเกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ ในพื้นที่เขาก็ร้องขอมา ก็เลยให้ศูนย์พัฒนาภาคเหนือไปดูพื้นที่แล้วสมาคมฯ ก็สนับสนุนงบประมาณให้ ซื้อหิน 7,800 บาท หาไม้ไผ่มา แล้วเอาหินกอง ส่วนชื่อฝายนั้น ชาวบ้านใน 15 หมู่บ้านเขาขอมา เขาก็ไปตั้งกันเอง เขาก็ขอบคุณเราทั้งฝ่ายทหารและผู้คนที่เกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรหรอก" พล.อ.ปรีชากล่าว
กลับขึ้นด้านบน