เรียกร้องผันน้ำเข้าทุ่งบางบาล สัญญาณความขัดแย้งรอบใหม่

ทุ่งรับน้ำบางบาลและทุ่งรับน้ำเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างจากแม่น้ำน้อยไม่ถึง 100 เมตร ประชาชนริมแม่น้ำน้อยที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมเรียกร้องให้กรมชลประทานผันน้ำเข้าทุ่งรับน้ำทั้ง 2 แห่งนี้ แต่ปัญหาก็คือ ขณะนี้พื้นที่รับน้ำได้กลายเป็นนาข้าวที่มีต้นข้าวเขียวขจีกำลังตั้งท้องออกรวง

น้ำท่วมที่เกิดขึ้นใน อ.เสนา และ อ.บางบาล ขณะนี้ นับเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งแรกในรอบ 2 ปี เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพื้นที่ 2 อำเภอนี้ประสบแต่ภัยแล้งจนแม่น้ำน้อยแทบแห้งขอด ล่าสุดวันนี้ (25 ก.ย.2559) ระดับน้ำในแม่น้ำน้อยยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ และเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนริมแม่น้ำ ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบหลายพันหลังคาเรือน เฉพาะใน อ.บางบาล มีวัดถูกน้ำท่วมแล้วไม่ต่ำกว่า 6 วัด ขณะที่โรงเรียนอีกกว่า 10 แห่ง ต้องประกาศหยุดเรียนชั่วคราวไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะที่ถนนหลายสายถูกน้ำเซาะจนพังเสียหาย

ระดับน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาวันละ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ประชาชนบางส่วนเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งผันน้ำเข้าทุ่งรับน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม แต่ขณะนี้ทุ่งรับน้ำใน อ.บางบาล และ อ.เสนา กลับมีการปลูกข้าวเป็นบริเวณกว้าง ข้าวบางส่วนกำลังตั้งท้องออกรวง บางส่วนยังรอการเก็บเกี่ยว การผันน้ำเข้าทุ่งจึงย่อมสร้างความเสียหายให้นาข้าว และเริ่มจะกลายเป็นข้อถกเถียงในพื้นที่ระหว่างชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมและชาวนา

บุญเลิศ ศรีชาติ หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ดังกล่าวยอมรับว่าข้าวที่ปลูก คือ ข้าวตอ ไม่ใช่ข้าวที่ปลูกใหม่ แต่ก็เสียดายหากจะมีการผันน้ำเข้าทุ่ง

ขณะที่ละออง ฉายวัน ชาวบ้านที่อาศัยริมน้ำ เสนอให้มีการผันน้ำเข้าทุ่งครึ่งหนึ่ง เพื่อลดความขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย

ความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมครั้งนี้ แม้จะไม่รุนแรงเหมือนน้ำท่วมในปี 2554 แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหายังเห็นแผนการบริหารจัดการ ชาวบ้านจึงต้องการให้กำหนดปฎิทินการทำนาให้แน่นอน เพื่อให้ทุ่งรับน้ำสามารถใช้ได้จริงหากเกิดวิฤตเหมือนกับครั้งนี้
แท็ก
กลับขึ้นด้านบน