เอกชนห่วงภาพลักษณ์ไทยแย่ลงหลังติดบัญชีจับตาพิเศษละเมิดลิขสิทธิ์

เอกชนห่วงภาพลักษณ์ไทยแย่ลงหลังติดบัญชีจับตาพิเศษละเมิดลิขสิทธิ์

เอกชนห่วงภาพลักษณ์ไทยแย่ลงหลังติดบัญชีจับตาพิเศษละเมิดลิขสิทธิ์

รูปข่าว : เอกชนห่วงภาพลักษณ์ไทยแย่ลงหลังติดบัญชีจับตาพิเศษละเมิดลิขสิทธิ์

เอกชนห่วงภาพลักษณ์ไทยแย่ลงหลังติดบัญชีจับตาพิเศษละเมิดลิขสิทธิ์ สหรัฐฯ ยังคงสถานะบัญชีจับตาเป็นพิเศษ หรือ พีดับเบิ้ลยู แอล กับไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ด้านรองประธานสภาอุตสาหกรรมเห็นว่าจะสร้างผลกระทบกับภาพลักษณ์ไทยมากขึ้น หลังจากไทยกำลังเผชิญปัญหาทั้งด้านการค้ามนุษย์และด้านอุตสาหกรรมการบิน

สหรัฐฯ ประเมินว่า ไทยยังแก้ไขปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ดีพอใน 3 ประเด็น ทั้งการแก้ไขกฎหมาย การปราบปรามและความล่าช้าในการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ โดยต้องการให้ไทยจริงจังกับผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ด้านงานส่งเสริมการค้าการลงทุนและสภาธุรกิจ ระบุว่าการที่สหรัฐฯ ยังคงสถานะบัญชีจับตาเป็นพิเศษ หรือ พีดับเบิ้ลยู แอล ในทางจิตวิทยา กระทบกับภาพลักษณ์มากขึ้น นอกเหนือจากการกดดันด้านการค้ามนุษย์และอุตสาหกรรมการบินและอาจจะมีมาตรการตรวจค้นหรือเฝ้าระวังคนไทยที่ไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ หรือสภาพยุโรปเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังจะกระทบต่อการส่งสินค้าจากไทยไปขายยังต่างประเทศในด้านของความเชื่อถือ

นายเกรียงไกร เห็นว่าไทยมีปัญหาตามที่สหรัฐฯระบุ แต่การแก้ไขปัญหาก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำตามทุกเรื่องและแม้ว่าปัญหาค้ามนุษย์และการบินของไทยจะใช้กฎหมายมาตรา 44 เข้ามาแก้ไข แต่กรณีของปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อาจไม่จำเป็นต้องใช้ มาตรา 44 เนื่องจากไม่ได้มีความเร่งด่วนและมีกรอบเวลากำหนดเหมือน 2 กรณีแรก

ไทยถูกสหรัฐฯ ลดระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นบัญชีจับตาเป็นพิเศษ หรือ พีดับเบิ้ลยู แอล (PWL) ตั้งแต่ปี 2550 หลังจากติดบัญชีจับตา หรือ ดับเบิ้ลยู แอล (WL) ตั้งแต่ปี 2538 รวมแล้วสหรัฐฯ ประเมินไทยมีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์นานถึง 20 ปี


กลับขึ้นด้านบน